ท่ามกลางความเงียบงัน

Printer-friendly version

   ท่ามกลางความเงียบงัน


มนตรา เลี่ยวเส็ง


หวามไหวหวั่น ขวัญผวา คราครวญคร่ำ         ย้ำหยัดย่ำ กล่ำโศกล้า พร่าขื่นขม
อยู่กับวัน อันมืดหม่น กล่นอารมณ์                 แหลกระบม ตรมตรอมตรึง ถึงเบื้องใจ


ฉันหลงทาง กลางหว่างใจ ในไพรโพ้น         ชอกช้ำโชน โผนผลักผลอย ลอยลื่นไหล
กระเซิงเซอะ เลอะลืมเลือน เฝื่อนฝืนไป        สุดหักใจ ให้ละห่าง วางอาวรณ์


ยังเห็นภาพ กราบกกกอด พรอดพรพร่ำ        ยังจดจำ คำขันคม บ่มเพาะสอน
ยังอยากเฝ้า เคล้าคลอเคียง เรียงร้อยกลอน  ยังอยากนอน ผ่อนแรงล้า หน้าตักนั้น


ในอ้อมแขน แสนอบอุ่น หนุนเนื้อนุ่ม              สองมือกุม คุ้มภัยพาล ผ่านแผ้วผัน                    อกโอบอ้อม กล่อมเกลากล้า ฝ่าภยัน              รอยยิ้มฝัน มั่นใจจริง ยิ่งแกร่งเกรง


ฉันจึงแกร่ง แข่งแสงกล้า ท้าทายโลก     ไม่ไหวโยก โกรกกล้อนกร่อน ร่อนโหวงเหวง              ซึมซาบสุข ทุกคืนค่ำ ขำครื้นเครง       รัวแรงเร่ง เคร่งครัดตน ฝนฝึกไป  


สองสายใจ ไหลร้อยรัด พัดพายพริ้ว              ส่งแรงลิ่ว ริ้วรุ้งพร่าง สล้างใส                          บริสุทธิ์ ดุจน้ำค้าง กลางพงไพร              ชีวิตไร้ ไคลมลทิน กลิ่นโลมสม


จนวันนี้ ที่หัวใจ ไหวยะเยือก                   กระสนเสือก เถือกไถล ไหลแหลกล่ม                    แล้วเงียบงัน พลันโหวงวิบ ลิบเลือนซม     ทุกค่ำตรม จมน้ำตา ล้าหลับไป


ฉันหลงทาง กลางหว่างใจ ใครรู้บ้าง        ช่วยแนะทาง ย่างก้าวใหม่ ให้ได้ไหม                 อยากสงบ พบแก่นธรรม นำทางไป    เพื่อกราบใจ ไท้เทิดแด่ แม่ใหญ่เอย


                                ............มิลืมเลย เอ่ยคำคุณ อุ่นซ่านทรวง


~~~~~


11 มีนาคม 2555: วันที่ 2 ก็ยังไม่จบจนได้ ไม่ค่อยสบาย ก็ไม่ได้พักมานานหลายเดือน คราวนี้เลยเป็นหนัก ไว้วันหลังค่อยมาเก็บตกต่ออีกเล็กน้อยแล้วกัน


12 มีนาคม 2555: วันที่ 3 แต่งจบแล้ว 



กับคุณยายในวันรับรางวัลหนังสือดีเด่น ประเภทสารคดีชาติพันธุ์ หนังสือแนะนำให้อ่าน


 


 


กับคุณยายที่ตลาดน้ำอโยธยา จังหวัดอยุธยา



ตอนพาคุณยายขึ้นไปประชุมที่หน่วยงานขององค์การระหว่างประเทศ ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยขอนแก่นด้วยกัน



คุณย่ากับหลานฝน หลานฝาย ลุงเวกและป้าเหน่ง


รูปโดยหลานฝน



กับคุณยาย ในงานอบรมสามเณรภาคฤดูร้อน วัดใหญ่ชัยมงคล จังหวัดอยุธยา


 


 


กับคุณยาย เมื่อครั้งที่พาไปกราบหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดกลางคลองตะเคียน จังหวัดอยุธยาโดยขึ้นบันไดบุญ (บันไดเลื่อน) ที่หลวงพ่อทำไว้เพื่อรับส่งผู้สูงอายุขึ้นไปไหว้พระบนศาลาการเปรียญ



งานวันเกิดคุณยาย ปี 2551 ลูกหลานชักชวนกันแต่งกายสีวันเกิดคุณยายคือสีชมพูกันทุกคน แล้วไปถ่ายรูปกันที่สระน้ำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


รูปโดยหลานฝน



กับคุณยาย และน้องๆ (ลูกลุง) ที่บ้านเกษตรฯ



กับคุณยายเมื่อครั้งรับปริญญาเอกที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) เมื่อปี        


พ.ศ.2547



คุณยายกับอาจารย์ที่ปรึกษาที่สุดจะเคารพรักมาก ท่านมีเมตตาเหลือกเกินเพราะดูแลเมื่อครั้งเดินทางไปสวิสและได้ให้การช่วยเหลือในช่วงวิกฤตชีวิตหลายครั้ง กระทั่งไปเยี่ยมถึงโรงพยาบาลเมื่อคราวนอนป่วยเดินไม่ได้เป็นหลายปี ท่านคือ รศ.ดร.วิลลี่ ซิมเมอร์แมนน์ จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดร.วิลลี่ชอบรูปนี้มากถึงกับเอ่ยปากขอเก็บไว้เป็นที่ระลึก



คุณยายจัดงานเลี้ยงฉลองปริญญาให้


 



กับคุณยายและน้องๆ ที่ยกโขยงกันไปเลี้ยงฉลองต่อกันอีกที่ร้านอาหารฟูจิ ฟิวเจอร์ปราร์ครังสิต ป๋อม น้องทอม และ ป๋อ น้องชาย ขณะกำลังเรียนวิศวะ IT อยู่ที่ SIIT ธรรมศาสตร์



คุณยายในช่วงสุดท้ายของชีวิต ก่อนเข้าโรงพยาบาลเพียง 2 เดือน กำลังวัดสายตา เพื่อตัดแว่นใหม่เป็นครั้งแรก พร้อมกับข้าวของอันเป็นสมบัติประจำตัวคุณยาย



ลายมือคุณยายครั้งสุดท้าย เขียนไม่ค่อยถูกแล้ว เพราะคุณยายป่วยหนักเหลือเกิน ปวดไปทั้งตัว แต่ก็ยังอุตส่าห์เซ็นหนังสือให้อิ๋วและพี่ปอ (สามี) จนสำเร็จ อิ๋วเป็นเพื่อนซี้ตั้งแต่สมัยมัธยม ที่มากราบคุณยายทุกปีและทำแบบนี้ทุกปี รวมเวลาก็เกือบยี่สิบปีมาแล้ว ก่อนคุณยายเข้าโรงพยาบาล อิ๋วก็เดินได้มากราบคุณยายและนั่นก็เป็นครั้งสุดท้าย


 



กับคุณยาย ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ที่หวอดผู้ป่วยรวมระยะสุดท้าย ชั้น 18 จำได้ว่าคืนก่อน นั่งเฝ้าคุณยายที่ข้างเตียงทั้งคืน พอสาย คุณยายก็ไม่รู้สึกตัวแล้ว แต่ก็ยังพยายามเรียกคุณยายโดยการสัมผัส สลับการพูดภาษาอีสานแบบผิดๆ ถูกๆ เพื่อให้ทานข้าว เพราะคุณยายหลับทั้งวัน ไม่ทานข้าวทานยา เย็นนั้นเองที่คุณหมอตัดสินใจใส่สายยางเพื่อให้อาหารทางจมูก และกว่าจะใส่ได้ก็ต้องใส่แล้วใส่อีกถึง 11 ครั้ง การที่ต้องยืนดูคุณยายเจ็บปวดถึง 11 ครั้งนั้นเป็นเรื่องที่ปวดใจเหลือเกินแล้ว


วันนี้พยายามหาห้องพิเศษให้ได้ หรือไม่ก็ตัดสินใจว่าจะย้ายคุณยายไปโรงพยาบาลเอกชน เพราะต้องการเฝ้าดูแลคุณยายตลอดเวลา




3 คืนก่อนเสีย ลูกหลานรุมล้อมคุณยาย พร้อมกับสวดมนต์ให้คุณยายตลอดเวลา คืนนี้คุณยายบอกว่ามีคนมากมายมารอรับ แล้วจะให้นั่งตรงไหน


  


 


คุณยายไหว้พระที่คณะพระนิสิตต่างชาติ จากมจร.นำมาฝาก เมื่อไม่กี่วันก่อน พร้อมกับรังนกกระเช้าใหญ่ ท่านได้เดินทางมาสวดมนต์ให้คุณยายถึงห้องพิเศษที่ตึกสมเด็จย่า โรงพยาบาลพระมงกุฎ


พระพุทธรูปไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรเลย แต่มีความหมายยิ่งใหญ่สำหรับคนเป็นอาจารย์เหลือเกิน มองทีไรก็ชื่นใจทุกครั้ง และพระพุทธรูปองค์นี้ก็เป็นองค์เดียวที่อยู่ในห้วงเวลาสำคัญอันเป็นช่วงสุดท้ายของชีวิตคุณยาย เพราะหลวงพ่อวัดไร่ขิงเนื้อทองสำริดปิดทองคำเปลวหน้าตักขนาด 1 ฟุตนั้นได้นำไปถวายแทนคุณยายที่วัดพระเจ้าใหญ่ จังหวัดยโสธรเรียบร้อยแล้ว




คุณยายป่วยหนักพูดแต่ภาษาอีสาน ซึ่งเป็นภาษาที่ลูกหลานพูดไม่เป็น ฟังไม่ออก แถมพูดเบามาก พูดไม่ครบประโยค ต้องให้ลูกสาวหล่า (แปลว่าลูกสาวคนเล็กที่คุณยายมักใช้เรียก เพราะแสบสันต์กว่าเพื่อน ทั้งๆ ที่ก็ไม่ใช่ลูก แค่เลี้ยงมาตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน) คอยแปล ด้วยความที่คลุกคลีตีโมงกับคุณยายมานานทำให้ลูกสาวหล่านั้นเป็นคนเดียวที่เข้าใจภาษาที่คุณยายพูด ...ที่จริง สิ่งที่เข้าใจนั้นไม่ใช่ภาษาพูด แต่เป็นภาษาแห่งความเข้าใจต่างหาก



 คุณยายให้พรลูกหลานตลอดเวลา จวบจนเวลาสุดท้ายของชีวิต



 


 พระและสร้อยคอทองคำในมือคุณยายพร้อมพวงมาลัยดอกมะลิ




แม่กับน้ำตา




น้าดา น้าฝาแฝดแม่ เฝ้าดูแลคุณยายมาอย่างใกล้ชิดตลอด ห้าหกเดือนที่ผ่านมา และในช่วงที่นอนห้องพิเศษร่วมเดือน น้าดาก็ไม่เคยย่างกรายออกไปจากห้องเลย คอยสลับเปลี่ยนลุกขึ้นมาดูแลคุณยายตลอดวันตลอดคืน



น้าจ๋ากราบเท้าคุณยายพร้อมน้ำตา


 


สภาพบรรยากาศในการเฝ้าไข้ขณะที่คุณหมอมาตรวจ สามคืนสุดท้าย บางคืนมากันมากเกือบยี่สิบคนต้องนั่งหลับนกอย่างน้องชายในภาพ บางท่านต้องไปนอนหลับนกที่โซฟาหน้าห้อง



นั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่า คิดอะไรต่อมิอะไรมากมาย กระทั่งป้า น้ารวมทั้งพยาบาลทั้งหวอดเป็นห่วงมาก ต้องคอยดูแลตลอดเวลาเพราะอาการหนักกว่าเพื่อน




คุณยายในวันก่อนเสีย เสียงเครื่องวัดการเต้นของหัวใจร้องดังตลอดเวลาบางครั้งก็เหวี่ยงไปที่ 200 ครั้งต่อนาที บางทีก็เป็น 30 ครั้ง บางวันหล่นมาที่ 0 ต้องเฝ้ากันตลอดเวลา น้องๆ น่ารักมาก มาช่วยกันพัดให้คุณยาย นักศึกษาปริญญาโทจากคณะสถาปัตย์ ธรรมศาสตร์มาปรึกษาวิทยานิพนธ์ในวันนั้น ก็เชิญให้มาคุยที่โซฟาหน้าห้อง เสียงเครื่องวัดการเต้นของหัวใจคุณยายโหยหวนมาก คุยงานไม่รู้เรื่องเลยเพราะอาจารย์ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แต่ก็ได้ให้คำแนะนำเพื่อเป็นแนวทางในการนำไปปรับปรุงงาน จากนั้นก็กลับมาประจำที่คอยดูเครื่องและจับเท้าคุณยาย วันนั้นคุณยายเท้าเย็นเฉียบเลย ใจไม่ดี



ฝน (เสื้อเขียว) ฝาย (เสื้อขาว) มาช่วยพัดให้คุณย่า ตอนนี้เหงื่อแตกเป็นน้ำ หัวเปียกชุ่มภายในเวลาไม่ถึงนาที ต้องช่วยกันพัด มิเช่นนั้นคุณยายจะหอบ หายใจไม่ออก ฝายนั้นบินกลับมาจากอังกฤษเพื่อมาดูใจคุณย่า และก็มาทันดูใจจริงๆ



ป๋อ หลานอีกคนที่คุณยายเลี้ยงมา จึงรักมาก ป๋อมาเฝ้าคุณยายทุกคืน โดยมารับเวรในช่วงสี่ทุ่มถึงตีสี่ แล้วกลับไปนอนต่ออีกสองสามชั่วโมงก็ต้องไปทำงานต่อ ป๋อพัดให้คุณยายทั้งคืน ต้องล้วงลึก เพราะใต้ราวนมนั้นเป็นจุดอ่อนไหว เพราะเปียกชุ่มตลอดเวลา พยาบาลชมเปราะว่าหลานชายคุณยายนั้นช่างอ่อนโยน


 



 


หวามไหวหวั่น ขวัญผวา คราครวญคร่ำ         


ย้ำหยัดย่ำ กล่ำโศกล้า พร่าขื่นขม


อยู่กับวัน อันมืดหม่น กล่นอารมณ์        


แหลกระบม ตรมตรอมตรึง ถึงเบื้องใจ....


 


 

 

 ฉันหลงทาง กลางหว่างใจ ในไพรโพ้น         


ชอกช้ำโชน โผนผลักผลอย ลอยลื่นไหล


กระเซิงเซอะ เลอะลืมเลือน เฝื่อนฝืนไป       


สุดหักใจ ให้ละห่าง วางอาวรณ์....


 


 เป็นกลอนที่แต่งได้ยากมากๆ เลยเพราะแต่งไปก็ร้องไห้ไป 


~~~~~~~~~~~~


 


และนี่คือทั้งหมดของความรู้สึกที่อยู่ "ท่ามกลางความเงียบงันอันปวดร้าว...."


ในระหว่างการไว้อาลัยให้กับการจากไปของคุณยายผู้เป็นที่รักยิ่ง


 

อ่านไปนํ้าไหลไป..คุณยายพักผ่อ

อ่านไปนํ้าไหลไป..คุณยายพักผ่อนสบายแล้ว..เข้มแข็ง เพื่อคนที่อยู่รอบๆตัว..

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Allowed HTML tags: <a> <em> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd><img><p><br>
  • Lines and paragraphs break automatically.

More information about formatting options