ชายฟ้า

Printer-friendly version


 


ชายฟ้า


มนตรา เลี่ยวเส็ง  


เสียงเรียกของขุนเขา อีกลมหนาวและดาวเดือน


ส่งยิ้มมาแย้มเยือน           เพื่อย้ำเตือนให้ย้อนมา


สายหมอกกอดล้อมดอย         พาใจพลอยเสน่หา


ฟ้ากว้างกลางทุ่งนา    เคล้ากลิ่นป่า หญ้า และดิน


ใบสักระบัดพลิ้ว                       แล้วลอยลิ่วลงสู่ถิ่น


เป็นบ้านให้อยู่กิน                  ล้วนเหนือจินตนาการ


ตุ๊กแกร้องลั่นหุบ                 แสงจันทร์ลูบห้วยระหาน


นกไพรเล่าตำนาน             ดอกไม้บานตามหยาดฝน


ชีวิตที่ชายฟ้า                  ต้องแกร่งกล้าและอดทน


ต่อสู้และผจญ                   ด้วยเป็นคนชนกลุ่มน้อย


แต่เขาก็เป็นคน                     สู้ดิ้นรนบนยอดดอย


บริสุทธิ์ดุจเนื้อพลอย           ประดับไทยให้สมบูรณ์ 


 


20 มิถุนายน 2555 แต่งไว้ด้วยความคิดถึง.....แด่แม่ฮ่องสอน 2555


 


ใครเล่าจะนึก 


 


 



 


ภาพที่เป็นที่มาของกลอน


 



 



 



 



 


 


"คืนโป่ง"


มนตรา เลี่ยวเส็ง 2 ส.ค. 2555


 


ผีเสื้อบินเร่ร่อน         แล้วซบขอนท่อนไม้ตาย
พรมไพรพริ้วเพลงไพร โยนตัวย้ายตามสายลม
นกป่าส่งตาสอด            ตีนกำกอดยอดไม้โน้ม
ฝนปรอยปล่อยน้ำโลม     ก่อนถั่งโถมตะโบมดิน

น้ำร้อยหยาดน้อยใหญ่      ร้อยสายใยใต้แผ่นหิน


พลันผันโผล่น้ำริน        ไหลเลียงถิ่นเลี้ยงโป่งไว้
ตะไคร่เกาะเป็นไคล     เขียวครึ้มไปตามรอยไหล
ทากโดดดีดดิ้นใส่             คล้ายดีใจได้ทายทัก

ให้โป่งหยัดยืนยง          กลางไพรพงคงยากนัก
หากไร้ซึ่งฝูงสัตว์            เวียนเลาะลัดมาเลียไล้
โป่งน้อยเลี้ยงป่าใหญ่  ผ่านนกไพรและสัตว์ใหญ่
แพร่พันธุ์หมู่มวลไม้           ขยายไพรยิ่งใหญ่ยืน

คืนป่าให้โป่งไว้                  คืนพงไพรให้สัตว์คืน
หวนถิ่นธาตุเค็มขื่น        เพื่อเหยียดผืนป่าออกไป
พอแล้วหรือยังเล่า            ละโมบเอาเฝ้าทำลาย
ค้นป่าคืนความหมาย  แล้วปล่อยให้ธรรมนำน้อม...


 



 


 



 



 



 


 


 






















.


  เช้าเมืองแพม  ~  มนตรา เลี่ยวเส็ง 3 ส.ค. 2555


 เคลิ้มรุ่งกลางเมืองแพม       ด้วยผิวแก้มเย็นสะท้าน
หมอกดอยลอยลมผ่าน       ดาวกลับบ้านผ่านพ้นคืน
เกร็ดฝนห้อยต่องแต่ง    เพื่อเปล่งแสงแห่งความชื่น พื้นดินเละเลื่อมลื่น                     ป่าฉ่ำชื้นฟื้นคืนฝน

 

ระฆังดังขึ้นแล้ว             เสียงแผ่วแว่วจากโพ้นโน้น
เร่งไฟให้ลุกโชน                จับช้อนโยนคนข้าวคอย
ควันฟุ้งแม่เตาไฟ                  ยั่วยวนใจลูกแมวน้อย
โผพลางโผนโหนห้อย      ก็ข้าวดอยหอมยวนใจ
         

 

เดี๋ยวเถิดจะให้เจ้า                       ใยใฝ่เฝ้าร้องร่ำไร
ถวายพระขอพรชัย                   ถนอมไว้เป็นต้นบุญ
ข่าวว่าพระหลายองค์           มาไพรพงจงเนืองหนุน หมูดำนำมาอุ่น               ย่างให้กรุ่นเกรียมหอมไกล

 

พระท่านผ่านมาถึง               เห็นแล้วตรึงซึ้งซาบใจ
แบกบาตรเปลือยตีนไป             ลื่นไถลตามไคลดิน
ทากน้อยรอคอยเฝ้า            แล้วแอบเข้าไปเกาะกิน
ลิ้มเลือดจนหยาดริน             เต็มอุ้งตีนหนักหนานั้น

 

ถึงวัดจึงรู้ว่า                          เจ้าเกาะมาจนอวบอั๋น
อิ่มยิ่งทิ้งตัวพลัน                   แล้วกลับหันเข้าป่าไป
รอยเลือดยังไหลย้อย       หยดหยาดน้อยคอยซับไว้
ยิ้มให้เจ้าตัวร้าย                           ผู้เฝ้าไพรให้น้ำมี

 

มีเจ้าก็มีน้ำ                                  มีไม้งามมีฝนดี
เราเองที่ผิดผี                           บุกรุกที่เจ้าอยู่มา
ไปเถิดไปเฝ้าดอย             เจ้าตัวน้อยผู้หาญกล้า
ขอให้เจ้าคู่ป่า                        ให้ฝนฟ้าพอเลี้ยงไพร… 


 


 



 ผวยผ้า


มนตรา เลี่ยวเส็ง - 9 ตุลาคม 2555


เมืองแพม เปียกปลายฝน    น้ำหลากล้น ปริ่มลำห้วย
ดอกว่าน บานระทวย       เผยป่ากล้วย ส่งเครืองาม
เห็ดปลวก ยืนยิ้มเผล่               หมูเกเร เหล่ตาถาม
เด็กน้อย คอยมองตาม      เมฆหาความ หอบฝนมา
 


เหยียบขึ้น เรือนฟากไผ่          ซ่อนตัวไว้ ใกล้ชายป่า
ต้มปลา หอมโหยหา             ตั้งอยู่หน้า แม่เตาไฟ
ผวยห่ม เนื้อหยาบหนา        แผ่ผืนผ้า ปลิววาบไหว
กั้นกาง ขวางอะไร                   จึงซ่อนไว้ ในซอกเร้น


พลิกผ้า จดตาจ้อง                 ตะลึงมอง ของที่เห็น
ร่างน้อย คู้ค้อมเอน             มือเท้าเย็น เห็นข้อแขน
พิงคาง วางบนเข่า               ผมสีขาว แผ่เป็นแผ่น
เหหัน พลันเงยแหงน          แล้วยกแขน ไร้แรงมา


คลำหา ผู้มาเยือน              ถึงบนเรือน ใครกันหนา
เสียงถาม ต่างภาษา                ช่างอ่อนล้า ชราวัย
เรายื่น มือจับกัน                   แล้วซบสั่น น้ำตาไหล
คิดถึง คนจากไป                 โหยอาลัย ไม่คลายจาง


แม่เฒ่า ร้อยเจ็ดแล้ว          โลกเหลือแถว แนวผ้าขวาง


นั่งคอย ปล่อยใจว่าง               เมตตาพร่าง พร่ำพรพราย


พรมพร จากบ้านไพร                 เกาะกุมใจ ในความหมาย


รักมอบ ตอบแทนให้              ดูเรียบง่าย เปี่ยมไมตรี


เริ่มมี กันและกัน                 เกิดภาพฝัน อันหลากสี
ขอบคุณ ความโชคดี                     ฟื้นชีวี ที่แตกร้าว
เมืองแพม เปลี่ยนความหมาย       เปิดฟ้าใหม่ พร่างดาวพราว
ลมหนาว พัดแผ่วผ่าว             ใจไม่หนาว อีกต่อไป....


 



 


 


 

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Allowed HTML tags: <a> <em> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd><img><p><br>
  • Lines and paragraphs break automatically.

More information about formatting options