เกือบไปแล้วไอ้สิงห์ ( รถบรรทุก )

Printer-friendly version
สำหรับผู้ที่ผ่านไปแถวอยุธยา ย่อมต้องรู้จักวัดใหญ่ชัยมงคลเป็นอย่างดี แต่สำหรับนักชิมแล้วต้องรู้มากกว่านั้น เพราะก๋วยเตี๋ยวหน้าวัดใหญ่ ฯ ถือเป็นแหล่งรวมพลคนรักก๋วยเตี๋ยวมาหลายยุคหลายสมัย ไล่มาตั้งแต่คนขับรถมอเตอร์ไซค์ไปถึงคนขับเครื่องบินเลยทีเดียว ความโด่งดังของร้านทำให้ถนนหน้าวัดใหญ่ ฯ มีรถราหนาแน่นอยู่เกือบตลอดทั้งวัน
 
ถนนหน้าวัดใหญ่นั้นขึ้นชื่อไม่แพ้ร้านก๋วยเตี๋ยว เพราะเป็นโค้งใหญ่ตัดไว้มานมนานกาเล ทั้งยังมีทางสามแพร่งซ้อนกันอยู่ถึงสามจุด จุดแรกเป็นทางเข้าวัดใหญ่ ที่มีรถเก๋งและรถบัสนำเที่ยววิ่งเข้าออกอยู่ประจำ จุดที่สองนั้นเป็นทางออกจากวัดซึ่งอยู่ตรงหัวโค้งพอดิบพอดี จุดที่สามนั้นห่างออกไปอีก 500 เมตรและเป็นจุดที่มีการจราจรคับคั่งที่สุด เพราะสามารถลัดไปออกถนนสายเอเชียและนิคมอุตสาหกรรมบางปะอินได้ ดังนั้นถนนหน้าวัดใหญ่จึงเป็นแหล่งรวมรถรานานาสารพัน ไล่ไปตั้งแต่รถซาเล้ง รถเก๋ง รถจักรยาน รถบัสนำเที่ยว รถตู้ รถตุ๊ก ๆ รถเมล์ รถมอเตอร์ไซค์ รถประกาศข่าว รถเร่ ฯลฯ และยิ่งดูเหมือนจะยิ่งเพิ่มปริมาณขึ้นทุกที แต่สำหรับผู้ที่เป็นจ้าวถนนแท้จริงแล้วคงไม่มีใครเกินรถบรรทุกขนาด 18 ล้อ ใหญ่โตเท่าภูเขาเหล่ากาวิ่งโครมคราม ๆ มาให้เห็นเป็นระยะ
 
ถนนสายนี้นอกจากจะเป็นแหล่งรวมรถแล้ว ยังเป็นแหล่งรวมอุบัติเหตุหลากหลายรูปแบบ แทบไม่เว้นแต่ละวัน แม้ภายในวัดใหญ่ ฯ จะเป็นแหล่งรวมของพระ แม่ชี ผู้มาปฏิบัติธรรมและนักท่องเที่ยว แต่ที่ด้านนอกกลับเป็นแหล่งพบปะของบรรดา ตำรวจ ประกัน ฯ ไทยมุง และบางครั้งยังมีมูลนิธิต่าง ๆ เข้ามาร่วมด้วย
 
เนื่องจากวันนี้เป็นวันทำงาน รถราจึงหดหายลงไปเกือบครึ่ง พอให้คนตัวเล็ก ๆ อย่างลุงยมได้หายใจหายคอขึ้นมาได้บ้าง ลุงยมอาศัยกำแพงวัดใหญ่ ฯ เป็นที่พักพิงโดยขายกล้วยปิ้งให้กับผู้ที่ผ่านไปผ่านมา แต่ไม่เป็นที่รู้จักเท่าไหร่นัก เพราะถูกปิดตายด้วยรถราของลูกค้าจากร้านก๋วยเตี๋ยวที่มาจอดบังร้านเสีย มิดชิด จะไม่ให้มิดได้อย่างไร ก็ทั้งร้านเห็นมีแค่โต๊ะเล็ก ๆ ใช้ตั้งเตาปิ้งกล้วย เก้าอี้ และแคร่ไม้ไผ่ที่ไว้วางของ ดีหน่อยก็ตรงมีกำแพงวัดใหญ่ให้พักพิงยามเหนื่อยล้า กล้วยปิ้งที่ลุงแกขายมีทั้งกล้วยปิ้งธรรมดา ๆ ไปจนถึงกล้วยทับแกล้มกับน้ำจิ้มรสหวานนุ่มลิ้น ใครได้กินแล้วเป็นต้องติดใจ
 
ไม่มีใครรู้ว่าลุงยมนั้นเป็นใครมาจากไหน แต่คงไม่สำคัญอะไรนัก เพราะในสายตาของคนทั่วไป ลุงยมก็เป็นแค่ตาแก่ผอมโกรกข้างถนนคนหนึ่ง ผมขวาไปทั้งหัว ส่วนนั้นฟันหลุดเกือบหมดแล้วยกเว้นกรามบนด้านขวาขนาดเขื่อง ไว้ประดับรอยยิ้มให้ผู้คนได้ชื่นใจ ส่วนใครจะชื่นใจหรือไม่ ไม่รู้ รู้แต่ว่าแกมีความสุขที่ได้มอบความสุขให้เขาเหล่านั้นเป็นพอ ร้อยวันพันปี ลูกค้าของลุงยมก็มีแต่หน้าเดิมและแทบจะนับหัวได้ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าทำไปแล้วไม่ได้กำรี้กำไรสักเท่าไหร่ แต่มันก็เป็นอาชีพสุจริตอย่างหนึ่งที่ชายชราอย่างเขาภูมิใจนักหนา เพราะช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว หรืออย่างน้อยก็เก็บไว้เป็นค่าขนมให้ไอ้จุกได้หล่ะน่า
 
 
ไอ้จุกมันเป็นหลานชายคนเล็กที่เพิ่งจะเริ่มหัดเดิน แกรักนักรักหนา ทั้งรักทั้งสงสารมันนักเพราะแม่มันตายตั้งแต่มันเกิดด้วยโรคที่คนรังเกียจ ก็คงติดมาจากลูกชายแกนั่นแหละ นึกไม่ถึงว่าไอ้จุกมันจะรอดเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาได้ จากนั้นไม่นานพ่อมันก็ตาย เขาจึงต้องรับเลี้ยงดูลูกกำพร้าของมันไปแบบตามมีตามเกิด ในโลกของลุงยมนั้นมียายปลุกเป็นคู่ทุกข์คู่ยากอยู่เพียงคนเดียว คนที่ลุงยมชมว่า “สวยหน่ะไม่สวยหรอก แต่น้ำใจมันงามนัก ขยันและอดทนไม่มีใครเกิน” แม้มือข้างซ้ายจะพิการแต่กำเนิดแต่ยายปลุกยังคงก้มหน้าทำมาหากินโดยยึดอาชีพ พับถุงขายและเลี้ยงลูกมาได้จนโตใหญ่ โชคดีที่มีลูกค้าประจำอยู่หลายเจ้าที่ตลาดหัวรอ แกเลยไม่ใคร่จะเดือดร้อนนักแม้อยู่ในยุคถุงพลาสติกนิยมถาโถมอย่างหนักเช่น ทุกนี้ แถมรายได้บางส่วนยังได้มาจากการคัดแยกขยะ หรือถ้าพูดให้ถูกก็คือ คุ้ยหาขยะตามถังขยะภายในวัดใหญ่ ฯ ก็กระป๋องน้ำอัดลมที่คนทิ้งไว้นั้นเอาไปขายให้เจ๊กตงได้กระป๋องละตั้ง 50 สตางค์ ดีไม่ดีก็เห็นแกหอบแบงค์สีแดงเข้าบ้านได้แทบทุกวัน
 
แต่ใครเลยจะคิดบ้างว่า การขายกล้วยนั้นหาได้เป็นเรื่องกล้วย ๆ สำหรับชายวัย 70 ปีไม่ แม้ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงหน้าฝน หากที่อยุธยากลับร้อนเปรี้ยงราวกับอยู่ในเปลวเพลิง สำหรับผู้ที่มีร่มไม้ชายคาไว้คุ้มหัว หรือได้นั่งผึ่งพุงกับพัดลมคงไม่กระไรนัก แต่สำหรับคนที่ต้องกรำไอแดด อยู่ริมถนนใหญ่ที่มีทั้งฝุ่น ควันและความร้อนจากผิวถนนรำเพยขึ้นมาเป็นระยะ ๆ ซ้ำร้ายยังต้องผจญกับควันและไอร้อนจากเตาปิ้งกล้วย ที่นี่จึงเป็นนรกบนดินดี ๆ นี่เอง
 
แต่แม้จะเหนื่อยยากอย่างไร ลุงยมก็ยังคงรักงานนี้เป็นชีวิตจิตใจ และยิ่งรักมากขึ้นเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่า เมื่อเช้านี้หลานชายตัวดีมันร้องอยากกินไอติมขึ้นมา ก็คงจะอยากกินเหมือนคนอื่น ๆ เขาบ้าง แล้วไอ้รถขายไอติมนี่มันก็เข้าไปได้ทุกที่ซิน่า ไม่เว้นแม้แต่ย่านชุมชนแออัดที่แกอาศัยอยู่  ที่แม้แต่รถเก็บขยะของเทศบาลยังเข้าไปไม่ถึง แถมยังเปิดเพลงดังสนั่นหวั่นไหว ได้ยินแต่ไกลก่อนที่จะเห็นตัวมันเสียอีก ไอ้จุกมันยังเก็บเอามาร้องให้ฟังอย่างเอร็ดอร่อยว่า “อมแล้วดูด อ้มแล้วดูด อ่ม อ้ม อ่ม อ่ม อม....” ราวกับว่ามันเคยได้ลิ้มรสไอติมที่อยู่ในนั้นมาแล้ว คิด มาถึงตรงนี้ลุงยมก็ได้แต่นึกหมั่นเขี้ยวในความช่างรู้ของมันนัก วันนี้ว่าจะตัดใจซื้อให้มันกินซักแท่ง ถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่เมื่อวานมันอุตส่าห์มาบีบ ๆ นวด ๆ ตามเนื้อตามตัวให้แล้วกัน มือน้อย ๆ ที่ไต่ไปมารอบตัวแกนั้นไม่ได้มีเรี่ยวแรงอะไรมากมาย แต่น่าแปลกที่มันกลับทำให้หายเหนื่อยได้เป็นปลิดทิ้ง
 
วันนี้นอกจากมันจะได้กินไอติมแล้วยังลุงยมยังมีของเล่นใหม่ที่พระท่านเอามาแจก หน้าตามันเหมือนแมวแต่ตัวใหญ่ ท่าจะใหญ่กว่าไอ้จุกเสียด้วยกระมัง สีฟ้าหวาน ๆ นั้นเด็กผู้ชายคงชอบ ที่เท้ามีพลาสเตอร์อันเบ้อเริ่มเทิ่มปิดอยู่ ก็คงจะเหลือใช้มาจากบ้านผู้รากมากดีที่ไหนซักแห่ง แต่ลุงยมรู้ดีว่าแม้บาดแผลที่เท้าจะกว้างและลึก แต่มันจะกลายเป็นสมบัติล้ำค่าของไอ้จุกต่อไปกระทั่งมันโต พระท่านก็เอ็นดูมันเหลือเกิน มีข้าวของฝากไปให้มันอยู่บ่อย ๆ บางครั้งยังมีขนมรูปร่างหน้าตาแปลก ๆ ด้วย จำได้ว่า ไอ้จุกได้แต่เฝ้าดูเป็นวัน ๆ อย่างภูมิอกภูมิใจ ก่อนจะละเลียดกินจนหมดเกลี้ยงแถมยังเอากล่องมาเลียแล้วเลียอีก เห็นแล้วก็ได้แต่คิดในใจว่า “สำหรับลูกกำพร้า ได้เพียงเท่านี้ก็ดีถมไปแล้วลูกเอ๋ย”
 
แม้ไม่ค่อยได้สนทนาวิสาสะกับพระรูปนี้มากนัก แต่ลุงยมก็เคารพศรัทธาในวัตรปฏิบัติของท่านอยู่ไม่น้อย ก็เห็นท่านมาเกือบสิบปี แถมร้านกล้วยปิ้งยังอยู่ใกล้ ๆ กับประตูทางออกด้านหลังกุฏิท่าน แกก็เลยต้องรับหน้าที่เป็นนายทวารคอยเฝ้าประตูทางเข้าออกให้ท่านไปโดยปริยาย ได้เห็นความเป็นไปต่าง ๆ นานา ตั้งแต่ตอนที่ท่านแบกจอบแบกเสียมมาสร้างกุฏิเอง กุฏิหลังน้อยนั้นสวยงามน่าอยู่น้อยเสียเมื่อไหร่ เป็นทรงไทยยกพื้นด้วยกระได 5 ขั้น มีนอกชานยื่นออกมาเพื่อเชื่อมกับเรือนรับรองหลังเล็กที่ด้านหน้า ไว้สำหรับต้อนรับแขกเหลื่อที่เดินทางมากราบไหว้
 
ว่ากันว่า พระอาจารย์ท่านนี้นั้นดุนัก แม้จะใจดีแต่ตีเจ็บจนเณรน้อยพากันขยาด ลุงยมยังจำภาพตอนที่ท่านคร่ำเคร่งกับการเรียนพระธรรมได้ดี และตอนหอบตำราไปสอนหนังสือพระและเณรที่วัด ท่านเป็นคนพูดน้อย แต่รักเด็กและรักสัตว์นักหนา ก็เห็นท่านเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวนับสิบ ๆ ตัวไว้ที่กุฏิ ความรักของท่านยังเหลือเผื่อแผ่มาถึงไอ้จุกเสียด้วย เขาว่ากันว่าท่านเป็นคนกรุงเทพ แต่มีพื้นเพอยู่ที่กรุงเก่า เลยได้มาบวชอยู่ที่นี่ ดูจากหน้าตาและผิวพรรณก็รู้ว่าคงจะเป็นคุณหนูมาก่อน ผู้คนได้แต่สงสัยว่าไฉนเลยท่านจึงหันมาใช้ชีวิตเยี่ยงสมณะเพศเช่นนี้ หรือจะอกหักมาเสียก็ไม่รู้ แต่การมาของท่านได้ยังประโยชน์ให้กับวัดและพระศาสนาในหลายทาง เมื่อเช้านี้ยังเห็นท่านนั่งเขียนงานอยู่ที่กุฏิหลังน้อย ป่านนี้คงจะกำลังจำวัด สาธุ ขอให้ท่านบวชอยู่ในร่วมกาสาวพัตร์นี้ไปนาน ๆ
 
ลุงยมได้แต่แอบหวังในใจขณะที่มือกลับตับกล้วยไปมาว่า ถ้าไอ้จุกมีบุญคงได้มาเป็นพระลูกศิษย์ของพระท่านบ้าง คิดไปก็ได้แต่ยิ้มไป นึกไปถึงภาพตอนมันเป็นเณรตัวเล็ก ๆ วิ่งตามพระอาจารย์ มันคงจะซนอยู่ไม่น้อยทีเดียว ตอนนั้นเขาคงแก่มากแล้ว ยังมายืนขายกล้วยปิ้งไหวหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่กว่าจะถึงตอนนั้น เขาก็คงมีเงินพอที่จะให้ความสุขแบบตามมีตามเกิดแก่ไอ้จุกและนังปลุกได้บ้าง นังปลุกมันจะได้ไม่ต้องไปเที่ยวรื้อกองขยะอีกแล้ว เพราะเสี่ยงกับอันตรายสารพัด ครั้งที่แล้วก็โดนกระจกบาดเลือดอาบไปทั้งมือทั้งแขน บางครั้งก็ไปเจอเอาเข็มฉีดยา สมัยนี้เอดส์มันเยอะเหลือเกิน ผู้คนพากันตายเป็นเบือ ก็ดูแต่ลูกชายกับลูกสะใภ้เขานั่นเป็นไร คิดแล้วให้โหยอยู่ลึก ๆ ในอก สาธุ ขอให้พระพุทธชัยมงคลในโบสถ์คุ้มครองให้มันปลอดภัยจากโรคร้ายนี้ด้วยเถิด
 
ยังไม่ทันที่ลุงยมจะจบคำอธิษฐาน เสียงรถบรรทุกขนาด 20 ล้อ บรรทุกน้ำเมาวิ่งแหกโค้งมาด้วยความเร็วที่มิอาจประมาณได้ ก็แผดดังขึ้นราวกับช้างป่าเวลาตกมัน บรรดารถเล็ก ๆ พากันเบรกจนตัวโก่ง เสียงเบรกดังขึ้นท่ามกลางเสียงร้องอย่างตกอกตกใจของผู้คนที่อยู่แถวนั้น และเหมือนฟ้าจะแกล้ง รถบรรทุกคันนั้นกำลังวิ่งตรงเข้ามาหาเขา มือที่กำลังจับตับกล้วยนั้นค้างเกร็ง ลมหายใจแทบหยุดนิ่ง นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยภาพแห่งความสุขบัดนี้กลับว่างเปล่าและเดียวดาย ราวกับพญามัจจุราชได้เข้ามากระชากวิญญาณเขาออกไปในบัดนั้น
 
เสียงที่แผดดังสนั่นหวั่นไหวและภาพผู้คนที่พากันวิ่งหนีตายกลายเป็นภาพช้าไร้ เสียง เขารู้ว่าบัดนี้เขาตกอยู่ภายใต้มนต์สะกดของมันเข้าให้แล้ว และจะไม่มีใครเลยที่ช่วยเขาได้  
 
ณ วินาทีที่มีเพียงเขากับไอ้ยักษ์คันนี้ ร่างของมันดูจะใหญ่โตขึ้นหลายเท่าตัว ถ้ามันหมายจะมาเอาชีวิตเขาแล้วหล่ะก็ กุฏิพระคงจะไม่รอดเช่นกัน คิดได้แค่นั้นก็ปรากฏว่า รถบรรทุกขนาด 100 ตันวิ่งอัดเข้ากับกำแพงวัด เสียงพสุธากัมปนาทนั้นดังเสียดแทงลึกเข้าไปถึงทรวง เขาได้แต่ยืนมองตาค้าง หากแต่กระบอกตากลับเต้นระริกด้วยความกลัว เขารู้ดีว่ามันคงพังกุฏิพระท่านจนยับ และท่านคงจะสิ้นลมก่อนจะทันรู้ตัว ส่วนเขา...คือเหยื่อรายต่อไป!
 
ลมหายใจเหมือนจะหยุดอยู่เพียงแค่นั้นเมื่อนึกถึงไอ้จุกลูกกำพร้าและนังปลุกที่ต้อง ทนเลี้ยงหลานในไส้เพียงลำพัง มันจะโดนใครเขารังแกบ้าง แล้วมันจะต้องไปงมขยะอยู่อีกกี่ปีกี่ชาติกว่าที่ไอ้จุกจะโต เสียงแผดร้องเปรี้ยงยังคงดังยาวราวกับไม่มีวันสิ้นสุด เหมือนจะตอกย้ำความเข้าใจของเขาว่า ชาตินี้คงจะไม่มีโอกาสได้เห็นไอ้จุกตอนมันห่มผ้าเหลือง เดินตามพระอาจารย์ผู้เป็นที่รักและศรัทธาของบรรดาลูกศิษย์อีกแน่แท้ รถบรรทุกพุ่งรี่มาถึงเขาแม้เสียงคำรามของมันจะดังขนาดแผ่นดินสะเทือน แต่ก็ไม่ดังไปกว่าเสียงหัวใจของเขาเองที่ดังตูมตามราวกับจะออกมานอกร่าง สิ่งสุดท้ายที่คิดออกในตอนนี้คือ สิ้นชาติขาดกันแต่เพียงเท่านี้แล้วลูกเอ๋ย...
 
ทันทีที่ลมหายใจสุดท้ายสิ้นลง ในความเงียบก็ปรากฏความเงียบ ความเงียบที่เขางุนงง ต่อเมื่อลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ เขาจึงเห็นหน้ารถบรรทุกคันนั้นอยู่ห่างออกไปเพียง 1 เมตร พร้อมกับกำแพงวัดที่พังพินาศลงมากลายเป็นเศษธุลีเต็มพื้นถนน กำแพงที่เป็นเส้นยาแดงเล็ก ๆ ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ไม่ใช่เขาคนเดียว ชีวิตพระท่านด้วย และก่อนที่โลกจะเต้นไปตามจังหวะลีลาของกฎแห่งกรรมต่อไป จำได้ว่า เขาทรุดลงไปกองอยู่กับพื้นด้วยความงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในใจได้แต่ร้องเรียกหาไอ้จุกกับนังปลุกซ้ำไปซ้ำมา ต่อเมื่อเขายกมือขึ้นเช็ดหน้านั่นหล่ะ เขาจึงรู้ว่าเขากำลังร้องไห้...
 
 
จบบริบูรณ์
 
มนตรา เลี่ยวเส็ง
 

คำแนะนำ: เรื่องที่ท่านอ่านแล้วนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นทั้งหมด ทั้งตัวละคร ประวัติความเป็นมาและเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยได้แรงบันดาลใจจากบทความ “ข่าวด่วน” ของพระมหานัธนิติ สุมฺโนที่ได้เผยแพร่ทางเว็บไซด์สายลมแห่งปัญญา http://dhamweb.exteen.com/20080926/entry-1 เพื่อฝากไว้เป็นอุทาหรณ์สอนใจแก่คนทั่วไปในเรื่องความไม่ประมาท

 

เรื่องจริงที่เกิดขึ้นคือ:

 

  • รถบรรทุก เกิดเบรกแตกขึ้นมา เลยแหกโค้งพุ่งมาชนกับกำแพง โชคดีที่มาหมดแรงก่อนที่จะบุกเข้าไปถึงกุฏิและถึงตัวลุงที่ขายกล้วยปิ้ง ผู้ที่เป็นเสาหลักสำคัญของครอบครัว ทั้งนี้เป็นเพราะความประมาทที่ไม่ได้ตรวจเช็คสภาพรถให้ดีก่อนขับ คนขับไม่เป็นอะไรมากนอกจากมือซ้นนิดหน่อย ส่วนบริษัทประกัน ฯ ยินดีชดใช้ให้ทั้งหมด
  • ฝ่ายลุงที่ขายกล้วยปิ้งแกเอาอายุแกไปซื้อหวย ปรากฏว่าถูกและได้เงินมาหลายพันบาท
  • ลุง ที่ขายกล้วยปิ้งมารู้ทีหลังว่าพระคุณเจ้าท่านหาได้จำวัดอยู่ที่กุฏิไม่ หากแต่ไปนั่งทำงานอยู่ที่สำนักงานของวัดตั้งแต่บ่าย เมื่อพระคุณเจ้ากลับมาที่กุฏิ เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ได้แต่อุทานขึ้นในใจว่า “พุทโธ ธัมโม สังโฆ รูเบ้อเร่อเลย”
  • พร้อมกันนี้พระคุณเจ้าได้หยิบยกเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาเป็นอุทาหรณ์สอนสิงห์รถบรรทุกและคนทั่วไป ที่เว็บไซด์สายลมแห่งปัญญา http://dhamweb.exteen.com/20080926/entry-1 โดยกล่าวว่า “ประมาทนี่พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นหนทางแห่งความตาย (ปะมาโท มัจจุโน ปะทัง ฯ) เชียวนะครับ  ประมาทคืออะไร คือขาดสติ สติคืออะไร คือความระลึกได้ว่าทำ พูด คิด หรือ เป็น อะไรอยู่ ประมาทก็คือระลึกไม่ได้ อย่างเบาะ ๆ ก็อย่างที่เห็น หนักหน่อย ก็เจ็บหน่อย หนักมาก ก็เจ็บมาก เจ็บที่สุดคือประมาทในชีวิต คิดว่าเรายังมีชีวิตอีกนาน ไม่รีบขวนขวายทำความดี เผลอนิดเดียว ตายไม่รู้ตัว แย่เลยครับ"
  • ฝ่าย ผู้เขียนก็ยังไม่รู้ว่าคุณลุงที่ขายกล้วยปิ้งนั้นชื่ออะไร และประวัติความเป็นมานั้นเป็นอย่างไรแต่กลับเล่าได้เป็นคุ้งเป็นแคว... ทั้งนี้เพราะเรื่องที่เล่ามาทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องจากจินตนาการทั้งสิ้น ขอฝากไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับทุกท่านที่ต้องนั่งหลังพวงมาลัย

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Allowed HTML tags: <a> <em> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd><img><p><br>
  • Lines and paragraphs break automatically.

More information about formatting options