อะไรอยู่ในกระโถนข้างธรรมาสน์ของท่านพระครูวิลาศกาญจนธรรม

Printer-friendly version

อะไรอยู่ในกระโถนข้างธรรมาสน์ของท่านพระครูวิลาศกาญจนธรรม


มนตรา เลี่ยวเส็ง


ในพื้นที่พิเศษของความทรงจำ ดิฉันได้เก็บงำความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อพระนิสิตท่านหนึ่งไว้นานร่วมหกปี กระทั่งเมื่อได้มาอ่าน "กระโถนข้างธรรมาสน์ ฉบับพิเศษ ตอนอดีตที่ผ่านพ้น 1" ที่ท่านนำมามอบให้ด้วยตนเอง เมื่อคราวไปประชุมทำมคอ. เลยต้องขอถือโอกาสอันดีนี้เผยความรู้สึกเหล่านั้นให้ออกมาโลดแล่นด้วยลีลาของตัวหนังสือ เพื่อให้โลกใหม่ไร้ตัวตนนี้ได้ร่วมชื่นชมในจริยวัตรอันงดงามของท่านพระครูวิลาศกาญจนธรรมไปด้วยกัน


ดิฉันรู้จักท่านในปี 2552 สมัยที่ท่านเรียนปริญญาโททางด้านการจัดการเชิงพุทธ และดิฉันได้ไปถวายความรู้ในรายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการจัดการ เป็นหลักสูตรของพระสังฆาธิการชั้นผู้ใหญ่ ที่มจร.วัดไร่ขิง ในห้องจะมีท่านเจ้าคุณมาเรียนหลายรูปด้วยกัน รวมทั้งเจ้าคณะภาค 1 และพระราชาคณะ ครูบาอาจารย์กระซิบบอกดิฉันว่า มีพระมีชื่อมาเรียนด้วยถึง 2 รูป อันว่าตัวดิฉันนั้นไม่ค่อยมีความรู้ ประสาผู้ที่อยู่นอกวงการ และก็มีเวลาจำกัดเหลือเกิน เนื่องจากต้องเดินทางไปสอนที่ศิลปากร ชะอำควบคู่ไปด้วย มาถึงห้องเรียนก็ค่ำแล้ว ปฏิสัมพันธ์กับพระนิสิตจึงมีไม่มากนัก


แต่กระนั้นก็ยังพอจะเห็นถึงพระรูปหนึ่ง ท่านเป็นพระผู้ใหญ่ ท่านจะนั่งหน้าทุกครั้ง และจดทุกรายละเอียดทุกคำเขียน คำพูด สำหรับนิสิตนักศึกษาตามมหาวิทยาลัยต่างๆ การเลคเชอร์ถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่ดิฉันไม่ค่อยเห็นพระท่านเลคเชอร์บ่อยครั้งนัก ดังนั้นพอเห็นเมื่อไหร่เป็นต้องจำพระนิสิตท่านนั้นได้ไม่ลืม


ความพิเศษอีกประการคือการโต้ตอบกับอาจารย์ผู้สอน ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษของท่านในระดับที่ทำให้ดิฉันแปลกใจ และยิ่งต้องแปลกใจมากขึ้นเมื่อทราบอายุ อานามของท่านว่าเป็นพระผู้ใหญ่ เพราะท่านดูกระฉับกระเฉง คล่องแคล่ว ทำงานเร็ว เดินเร็ว หยิบจับคล่องตัว ดิฉันนึกว่าท่านอยู่ในวัยสามสิบต้นๆ เสียอีก เกือบสองเดือนดิฉันถึงรู้ว่าท่านเป็นเจ้าอาวาส!


ตอนนั้นดิฉันไฟแรงมาก หลับหูหลับตาสอนแบบเอาเป็นเอาตาย ยกศัพท์โทเฟลขึ้นกระดานเป็นร้อยเป็นพัน กะว่าถวายความรู้จบพระท่านจะสามารถไปเรียนต่อต่างประเทศได้เลยกระมัง เลยไม่ได้ไถ่ถามสะท้อนความรู้สึกความต้องการของท่านผู้เรียน ปรากฎว่า... ท่านช๊อคไปตามๆ กัน เพราะเป็นภาษาที่ท่านไม่คุ้นชิน ถ้าเป็นภาษาบาลีหล่ะก็ ไม่เหลือ! อาจารย์นะที่ไม่เหลือ


ดิฉันมารู้จักท่านจริงๆ ตอนใกล้จบการบรรยายเกือบสามเดือนผ่านไป เนื่องจากได้นิมนต์พระนิสิตต่างชาติจากประเทศพม่า บังคลาเทศและกัมพูชามาบรรยาย เพื่อเปิดโอกาสให้ท่านได้ฝึกใช้ภาษาอังกฤษกับต่างชาติ พร้อมกันนี้ได้กราบนิมนต์พระคุณเจ้าในห้องขึ้นมาช่วยเป็นล่ามแปลให้ท่านอื่นๆ ฟัง


มีสองท่านที่ขึ้นมาช่วยแปล นั่นคือท่านพระครูวิลาศกาญจนธรรม หรือพระอาจารย์เล็กและท่านกวาง (พระลูกวัด) งานแปลนี่ต้องเก่งจริงๆ ท่านกวางอยู่ออสเตรเลียมานาน ก็แปลได้คล่องแคล่ว ส่วนท่านพระอาจารย์เล็กนี้แม้จะไม่เคยไปอยู่เมืองนอกเมืองนานานๆ แต่ก็ใช้ภาษาได้ในระดับเดียวกัน ดิฉันยิ่งทึ่งในทักษะความสามารถของท่านยิ่งขึ้นไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้ลึกๆ เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเช่นพม่า เป็นอย่างดี


พอใกล้จบ งานเริ่มหนักเพราะท่านต้องพัฒนาหัวข้อเพื่อทำวิทยานิพนธ์ ท่านจึงค้างที่ห้องเรียนนั้นเอง เพราะวัดท่านอยู่ไกลถึงทองผาภูมิ เมืองที่ถือว่าเป็นชายแดนของประเทศ ขับรถร่วมสามสี่ชั่วโมงกว่าจะถึง อาจารย์สอนเสร็จสองทุ่ม ท่านก็ถึงวัดตอนห้าทุ่มเที่ยงคืน ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ท่านจะไม่จำวัดที่ไหน แต่จะกลับไปที่วัดของท่านเพราะภารกิจอันมากมาย แล้ววันรุ่งขึ้นค่อยนั่งรถมาใหม่


เมื่อดิฉันได้ทราบว่าบางคืนท่านและพระผู้ใหญ่อีกหลายๆ ท่านจำวัดที่พื้นที่เล็กๆ แถวหน้ากระดานดำ อันเป็นพื้นที่ประจำที่ดิฉันมักชอบเดินไปเดินมา ประสาคนอยู่ไม่สุข เพราะดิฉันไม่เคยนั่งสอนเลย ตั้งแต่เดินทางสายแม่พิมพ์ พอทราบความดังนั้น ดิฉันก็ไม่เดินไปเดินมาเวลาสอนอีกเลยเช่นกัน และพยายามจำกัดพื้นที่ของตัวเองให้น้อยที่สุด โดยการเดินอย่างสุภาพเข้าห้องแล้วนั่งสอน จนจบแล้วจึงกราบนมัสการลา เดินออกมาอย่างสงบเรียบร้อย ก็เลยถือปฏิบัติดังนี้มาเกือบ 6 ปี ผลคือน้ำหนักเพิ่มขึ้นมา 15 กิโล! ... และตอนนี้ก็ยังคงดูอิ่มบุญอยู่อย่างนั้น


สิ่งที่ประทับใจในตัวท่านพระครูมากที่สุดและชื่นชมอยู่ในใจตลอดมาคือ ความมานะที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ว่าสอนคน ถวายความรู้พระมาก็มาก เห็นมานะของผู้เรียนแบบถึงลูกถึงคนเยี่ยงนี้ไม่บ่อยนัก ที่เห็นก็มีพระพม่าท่านนึง พระภิกษุณีมาทำปริญญาเอกจากจีนท่านหนึ่งและก็ท่านพระครูวิลาศกาญจนธรรม


เวลาให้งานท่านแต่ละครั้งท่านจะทำงานอย่างตั้งใจ ปราณีต เรียบร้อย ไม่มีเกี่ยงงอนหรือย่อท้อ ดิฉันเคยให้ท่านได้บันทึกไดอารี่เป็นภาษาอังกฤษทุกวัน เพื่อฝึกการใช้ภาษา หลังๆ พระหลายๆ ท่านทักท้วงว่าหนักเกินไป เลยต้องขอยกเลิกงานชิ้นนี้ไปโดยปริยาย


สามเดือนผ่านไป เมื่อดิฉันไปกราบเยี่ยมท่านพระครูที่วัดท่าขนุน ทองผาภูมิโน่น จึงได้ทราบว่า ท่านทำงานชิ้นนี้และเสียดายที่อาจารย์ยกเลิกไป อาจารย์ก็เสียดายที่ไม่ได้อ่านงานชิ้นนี้ของท่าน ไม่รู้ว่าท่านยังเก็บไว้อยู่หรือไม่ ถ้ายังอยู่ก็อยากจะขอท่านมาอ่านบ้าง


ภาพของท่านพระครูวิลาศกาญจนธรรมยังคงงดงามอยู่ในความทรงจำเสมอ


ท่านเป็นพระนิสิตที่น่ายกย่อง น่านับถือยิ่ง หมายใจไว้เลยว่าท่านจะต้องเรียนได้ดีแน่นอน ต่อมาจึงได้ทราบว่าท่านเรียนได้เกียรตินิยมมาตลอด สาธุ สาธุ ก็เพราะความตั้งมั่น ตั้งใจ ความสง่างามในการขวนขวายหาความรู้ คำพูดหนึ่งที่ท่านเขียนในหนังสือบ่อยครั้งคือ "ท่านไม่ยอมหายใจทิ้งไปฟรีๆ หรอก ต้องทำสมาธิวิปัสนาเป็นอย่างน้อย หรือไม่ก็สวดมนต์" ทำให้ดิฉันเห็นภาพของท่านได้ชัดมากยิ่งขึ้นจริงๆ การวางตัวฉันผู้มาเรียนรู้ก็งดงามเป็นชื่นชมของครูบาอาจารย์ ทำให้ศรัทธาท่านยิ่งขึ้น ท่านไม่ทำให้อาจารย์ลำบากใจในการถวายความรู้เลยแม้แต่น้อย อันนี้ไม่เคยกราบเรียนท่านเลย แต่ก็ขอใช้พื้นที่นี้เรียนให้ท่านทราบและต้องกราบขอบพระคุณท่านไว้ด้วย


จากวันนั้นจวบจนถึงวันนี้ที่ท่านกลับมาเป็นพระอาจารย์ของมหาวิทยาลัยแล้ว ท่านก็ยังคงความงดงามในจริยวัตรอันควรค่าแก่การยกย่อง อยากให้ท่านทั้งหลายสมาทานน้อมนำท่านพระครูมาเป็นต้นแบบในการวางตน การประพฤติปฏิบัติตน ท่านมาเข้าห้องสอนไม่ได้ขาด ยังพูดจาโอภาปราศัยอาจารย์ด้วยความเอื้ออาทรเช่นเคย ทราบว่าท่านกำลังศึกษาต่อปริญญาเอก และท่านก็คงจะได้เกียรตินิยมเหมือนเช่นเคย


วันนี้มีโอกาสแล้ว จึงขอยกท่านให้เป็นต้นแบบของพระนิสิตที่ดีและครูที่ดี และกราบหนึ่งนี้แด่ท่านในฐานะพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ พร้อมทั้งยังเป็นพระสังฆาธิการที่น่าเคารพ กราบหนึ่งนี้ก็กราบได้อย่างสนิทใจ


กราบสองก็ขอกราบท่านในฐานะพระนิสิตที่น่ายกย่อง กราบสองก็กราบได้อย่างสนิทใจ ด้วยความชื่นใจที่เห็นความเจริญก้าวหน้า ความงดงามของท่าน


กราบสามนี้ตอนนี้ต้องกราบท่านในฐานะพระอาจารย์ ครูบาอาจารย์ที่มาถวายความรู้ให้รุ่นน้องต่อๆ ไปก็กราบได้อย่างสนิทใจ ในจริยวัตรของความเป็นครู


...เมื่อดิฉันได้รับหนังสือกระโถนข้างธรรมาสน์จึงรับมาด้วยความปิติยินดี


เพราะภาระการงานที่รุมเร้า ดิฉันจึงหยิบหนังสือขึ้นมาเพียงเพื่อจะดูคร่าวๆ ในหัวข้อต่างๆ และจะอ่านอย่างละเอียดในวาระต่อไป แต่ดิฉันคิดผิดเสียแล้ว


หน้าแรกที่เปิดมาเป็นเรื่องราวที่ท่านไปเริ่มเรียนวิปัสนากรรมฐานกับครูคนแรก เรื่องราวที่ทำให้การอ่านยืดเยื้อยาวนานต่อเนื่องกระทั่งจบรวดเดียวภายในไม่กี่ชั่วโมง แล้วดิฉันก็ได้รู้จักท่านพระครูมากขึ้น เข้าใจอย่างลึกซื้งในทุกคำพูดด้วยมองเห็นภาพจริยวัตรที่สะท้อนถึงปฏิปทาของท่านอย่างชัดเจน


ดิฉันได้เปรียบคนอื่นๆ ที่อ่านหนังสือเล่มนี้อยู่หน่อยตรงที่ได้ความปิติยินดีเกิดขึ้นมาด้วย


หากถามว่า ...แล้วอะไรอยู่ในกระโถนข้างธรรมาสน์ ก็ต้องตอบว่า ความชื่นชมในจริยวัตรและความยินดีที่เห็นความเจริญรุ่งเรืองของท่านพระครูวิลาศกาญจนธรรมอย่างไรเล่าที่ทำให้ดิฉันยังยืนหยัดอยู่ในเส้นทางสายนี้ต่อไป...


................................


ปล. ไม่ทราบว่าดิฉันเขียนถูกเขียนผิดประการใดบ้าง ก็ต้องกราบขอโทษทุกๆ ท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ด้วยเป็นมือใหม่หัดเขียน ก็ยังคงต้องการคำแนะนำตักเตือนท้วงติงอยู่ และโปรดเว้นโทษภัยให้กับมือใหม่อย่างดิฉันด้วยค่ะ


 

ขอเจริญพรขอบคุณท่านอาจารย์

ขอเจริญพรขอบคุณท่านอาจารย์ ที่เอา "อาตมา" มา "ขาย" ในนี้ หนังสือ "อดีตที่ผ่านพ้น เล่ม ๒" จะออกกลางเดือนหน้าครับ

555... สาธุ สาธุค่ะท่าน

555... สาธุ สาธุค่ะท่าน ในที่สุดท่านก็ตามหาจนเจอเว็บนี้ ต้องกราบขอบประทานโทษที่ไม่ได้กลับไปเรียนท่านเรื่องที่อยู่ของเว็บเพราะวันนี้คุมสอบมิดเทอมยาวเลยค่ะ

อันที่จริงได้เขียนถึงท่านหลายเรื่องแล้วตั้งแต่ปี 2557 โน่น มานับๆ ดูพบว่า มีมากถึง 4 บทความแล้วค่ะ คือ กว่าจะได้บวชเป็นพระสงฆ์ในประเทศกัมพูชา พม่าและบังคลาเทศ http://www.montra.in.th/node/48 โดยอ้างอิงบางส่วนมาจากบทความที่ท่านได้เขียนไว้ในเว็บของท่านค่ะ  อีกเรื่องคือ Upside down ที่เล่าถึงตอนถวายความรู้เรื่องเจ้าสลอท คลาสแรกเลยค่ะท่าน http://www.montra.in.th/node/42 มีตอนที่ได้ไปกราบท่านที่วัด ก็นำมาเขียนค่ะ เรื่องทองผาภูมิ เหตุแห่งความบังเอิญ http://www.montra.in.th/node/54 ได้นำบางส่วนมาเขียนเป็นบทความภาษาอังกฤษด้วยค่ะท่าน ที่ http://www.montra.in.th/node/68  ท่านเขียนหนังสือได้สนุกมาค่ะ จะรอติดตามอดีตที่ผ่านพ้น เล่ม 2 นะคะ สาธุ สาธุ

ตามมาอ่านครับ 

ตามมาอ่านครับ smiley

ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณค่ะ สงสัยตามมาจากเว็บวัดท่าขนุน

 หนังสือเล่มใหม่ออกแล้วเร็วกว

 หนังสือเล่มใหม่ออกแล้วเร็วกว่ากำหนด วันนี้ถ้าพบท่านอาจารย์จะนำไปให้อ่านก่อนคนอื่นเลยครับ

สาธุ สาธุ

สาธุ สาธุ กราบขอบพระคุณค่ะท่าน มีพระนิสิตหลายท่านขอยืมไปอ่าน ท่านชอบมากค่ะ เล่มนี้ยิ่งสนุก อ่านรวดเดียวเหมือนเคย ตั้งแต่วันที่ท่านได้มอบให้ค่ะ ชอบรูปที่ท่านนำมาลงไว้ในเล่ม สวยและหาดูยาก

จะขอแกะรอยท่านไปในที่ต่างๆ เหล่านี้ค่ะ โดยเฉพาะพระธาตุที่เมืองน่าน แต่แกะรอยทางไปพม่านี่คงจะต้องขอไว้ก่อน เพราะเป็นวิชาเฉพาะตัวจริงๆ มีท่านที่ทำได้เท่านั้นค่ะ

กราบขอบพระคุณที่ท่านได้ช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ นะคะ  สาธุ สาธุ

มนตรา

ขออภัยครับอาจารย์

ขออภัยครับอาจารย์ แล้วผมจะติดต่ออาจารย์ได้อย่างไรครับ เรื่องหนังสือ "ใบสอนว่าซั่น กับ โลกลับตา ปลุกป่าแพมแพลม" ครับ ตอนนี้ไม่มีเบอร์ติดต่ออาจารย์เลยครับ คงต้องรบกวนอาจารย์ช่วยกรุณาโทรหาผมหรือไม่ก็ให้เบอร์ผมมาก็ได้ครับผมจะได้ติดต่อได้

ขอบคุณครับ

พรมจันทร์

081-866-6720

ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์

สวัสดีครับอาจารย์

สวัสดีครับอาจารย์ ผมนี่ก็เป็นคนหนึ่งที่ศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า ผมก็ได้พบกับหลวงพ่อเล็กมาสองครั้งแล้วครับครั้งแรกน่าจะตอนปฐมนิเทศน้องใหม่ปีหนึ่ง อีกครั้งก็ที่ปฏิบัติธรรมนี่แหละครับ ก็โชคดีที่ได้ทำบุญกับท่านและได้กราบท่านทั้งสองครั้งถือว่าเป็นศิริมงคลในชีวิตอย่างยิ่ง ผมได้ฟังท่านพูดครั้งแรกว่าอยู่ทองผาภูมิแล้วมาเรียนโดยที่ไม่สายและไม่ขาด นี่เป็นประกายสำคัญในใจผมเกิดขึ้นทันทียิ่งได้เข้าไปเห็นท่านใกล้ๆทำให้ทราบได้ทันทีว่าเราเจอพระที่ปฏิบัติดีและปฏิบัติชอบแล้ว ผมก็เข้าไปอ่านธรรมะของท่านตลอดเพื่อนำประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีพระมหาวิสาสุขที่เรียนร่วมห้องกับออกไปพูดหน้าชั้นในวิชาของ ผ.อ.ว่าผมชอบฟังธรรมะ สนใจในเรื่องธรรมะ มีความเคารพไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นผู้ใหญ่หรือผู้น้อยและเป็นผู้ที่ไม่โกรธ (ผมแอบดีใจอยู่ลึกๆว่ามีคนเห็นจริงๆแล้วไม่ใช่มีแต่ผีสางเทวดาเห็น) ผมก็จะทำความดีและสิ่งดีๆต่อไปและทำยิ่งๆขึ้นไปที่สำคัญจะต้องปฏิบัติภาวนาให้มากขึ้น

ธรรมวุฒิ  โพธิ์แดง

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Allowed HTML tags: <a> <em> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd><img><p><br>
  • Lines and paragraphs break automatically.

More information about formatting options