สบลานและประสบการณ์ธรรมชาติวิจักษณ์

Printer-friendly version

วันที่ 19 ธันวาคม 2552 ได้ร่วมเดินทางไปกับคณะนักศึกษา คณาจารย์และเจ้าหน้าที่ของสถาบันอาศรมศิลป์ มุ่งหน้าสู่ป่าใหญ่ที่สบลาน จังหวัดเชียงใหม่ หมู่บ้านเล็กๆ ของกระเหรี่ยงปะกาเกอะญอขนาด 21 ครอบครัว พื้นที่ที่กลายเป็นตำนานของคนรุ่นใหม่ - แหล่งเรียนรู้ที่ฝังลึกเข้าไปในหัวใจของชาวอาศรมศิลป์และรุ่งอรุณ การเดินทางครั้งนี้เป็นการศึกษาในวิชาธรรมชาติวิจักษณ์ วิชาพื้นฐานสำหรับนักศึกษาปริญญาโทของทั้งหลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมและหลักสูตรศึกษาศาสตร์แบบองค์รวม ในการเดินทางจึงมีทั้งครู สถาปนิก ช่างภาพ บรรณารักษณ์ นักวิจัย คณาจารย์ของสถาบันฯ กระทั่งพระ พระมหานัธนิติ สุมโนจากวัดใหญ่ชัยมงคล จังหวัดอยุธยาได้ร่วมเดินทางไปกับคณะเราด้วย รวมทั้งหมดก็ราวๆ 20 กว่าท่าน จุดใหญ่ใจความของการศึกษาคือการปลีกวิเวกเพื่อต้องการให้คนรู้จักการอยู่กับธรรมชาติและเรียนรู้ธรรมชาติในตนเอง รวมทั้งสังเกตุการจับตัวกันระหว่างธรรมชาติภายในและธรรมชาติภายนอก ซึ่งพระมหานัธนิติได้เสริมเรื่องกายวิเวก จิตวิเวกและอุปทิวิเวกซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจสำหรับผู้ที่มาใหม่



พะตึ่แดงกำลังเป่ากอยเพื่อเรียกประชุม


ความวิตกกังวลของนักศึกษาก่อนการปลีกวิเวกไม่ได้อยู่ที่ความลำบากในการอยู่กับธรรมชาติ หากแต่เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย นั่นคือเรื่องผี คืนก่อนเดินทางเข้าป่า ประเด็นที่มีการแลกเปลี่ยนกันอย่างยาวนานดูจะเป็นเรื่องการรับมือเมื่อเกิดอาการกลัวผีขึ้นมา โชคดีที่ครั้งนี้ พระมหานัธนิติท่านได้เมตตานำหนังสือสวดมนต์มาแจกหลายสิบเล่ม เลยค่อยทำให้หลายคนใจชื้นขึ้นมาหน่อย


เช้าวันที่ 20 ธันวาคม 2552 หลังจากการเดินทางที่ยาวนานทำให้คืนที่ผ่านมาหลับเป็นตาย จะตื่นบ้างก็ด้วยความหนาวที่สเว็ตเตอร์ก็เอาไม่อยู่ ต้องซุกทั้งตัวและมุดหัวลงไปในถุงนอน อากาศตอนเช้ายังคงหนาวจัด น้ำหน้าหนาวที่เมืองเหนือขันแรกนั้นหนาวจับใจ แต่ไม่ว่าอย่างไรเช้านี้ต้องอาบน้ำ สระผมให้ได้ เนื้อตัวจะได้ไม่มีกลิ่น เพราะต้องไปรอนแรมในป่าถึง 3 วัน 2 คืน อาบน้ำเสร็จก็ต้องมาเตรียมกระเป๋าโดยคัดเอาเฉพาะของจำเป็นไป อันได้แก่ เสื้อกันหนาว เทียนหรือไฟฉาย จานช้อน เต้นท์ ผ้าพลาสติกปูรองเต้นท์ ถุงนอน เสื้อผ้าซักชุดสองชุด รวมทั้งข้าวสารและน้ำไม่เกินลิตรครึ่ง และทั้งหมดนี้ต้องไม่เกิน 8 กิโลกรัม


การไปปลีกวิเวกครั้งนี้ตั้งใจว่าจะช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด เลยไม่จ้างลูกหาบช่วยขนสัมภาระ แต่การจัดกระเป๋าให้ลงตัวก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หลังจากรื้อข้าวของแล้วจัดเรียงอยู่ถึงสามรอบโดยมีพะตี่และโมลิรวมทั้งลูกหลานร่วมสิบคนมายัดช่วยจัดช่วยเอาใจช่วยแต่สุดท้ายก็ต้องถอดใจ ยอมขนไปเกินกว่าอัตราที่ทางท่านอาจารย์ลักษณ์ผู้ดูแลการเดินทางได้แนะนำไว้ ยกให้เป็นหน้าที่ของกระเป๋าใบเท่าภูเขาเหล่ากาแล้วกัน เพราะเห็นคนขายโฆษณาไว้ว่าดีนักดีหนา สามารถยักย้ายถ่ายเทน้ำหนักไปยังบ่า ยังเอว ยังขาได้อย่างน่าอัศจรรย์คงทำให้ไม่หนักเท่าที่ควรจะเป็น แต่ใจหนึ่งก็กลัวเพราะหากหลังไหล่เกิดอุทธรณ์ขึ้นมาจะพาลก้าวขาไม่ออกดื้อๆ คราวนี้หล่ะได้เดือดร้อนแน่ๆ แล้วจะพาลทำคนอื่นลำบากไปด้วย เจ๊าะบุญ เจ้าของบ้านใจดี กรุณาช่วยขนข้าวสารและห่อข้าวมื้อกลางวันที่จะไปกินในป่าไปให้ ค่อยถ่ายน้ำหนักออกไปได้อีกซัก 2 กิโลกรัม เหลืออยู่กับตัวประมาณ 15 กิโลกรัม


จัดเสร็จแล้วยังมีเวลาเหลืออีก 10 นาที เลยหยิบช้อนชามไปร่วมกินข้าวเช้ากับครอบครัวของพะตี่และโมลิที่ในครัว เช้านี้มีอาหารง่ายๆ เป็นแครอทผัดกับวุ้นเส้น ที่พอมากินในป่ากลายเป็นอาหารที่แสนอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ พอคณะพร้อมแล้วก็พากันออกเดินทาง เนื่องจากเป็นคณะใหญ่เลยต้องแบ่งคนออกเป็น 2 กลุ่ม แต่ละกลุ่มคละกันไปโดยมีทั้งอาจารย์ พะตี่ที่ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและนักศึกษา


http://i478.photobucket.com/albums/rr145/montra_morning/Soblarn/IMG_0274.jpg 


ภาพบางส่วนของคณะก่อนออกเดินทางสู่การปลีกวิเวก



ระหว่างทางสู่การปลีกวิเวกกลางป่าของคณะอาจารย์ผ่อง


เส้นทางเดินป่าเป็นเส้นทางที่สวยงาม ตามลำห้วยแม่ขานที่ลัดเลาะไปตามเนินเขาเตี้ยๆ ไอน้ำและเสียงลำธารที่ไหลเอื่อยๆ ทำให้รู้สึกสดชื่นแม้แดดจะเริ่มร้อนขึ้นมาบ้าง จากหมู่บ้านก็มาถึงแปลงนาของชาวบ้าน ที่ยกคันดินขึ้นสูง แปลงนามีขนาดไม่ใหญ่ จากแปลงนาก็ผ่านหมู่บ้านร้างที่ยังคงมีโบราณวัตถุและโบราณสถานทิ้งไว้ให้เห็น จากนั้นก็เข้าสู่ปากทางของป่าที่เต็มไปด้วยต้นสาบเสือสูงท่วมหัวกำลังออกดอกบานสะพรั่ง พะดี่ลักษณ์เล่าให้ฟังว่า ต้นสาบเสือถือเป็นสรรพาวุธชนิดหนึ่งเพราะมีสรรพคุณในการห้ามเลือด จึงจำเป็นมากสำหรับทหารเวลาออกรบ ต้นไม้ป่าที่เดินผ่านไปล้วนมีสรรพคุณทางยา บางต้นก็ใช้กินเป็นยาบำรุงหลังคลอด บางต้นก็เป็นยาแก้วิงเวียน


   


ภาพขณะเดินทางลงจากหมู่บ้านไปตามลำห้วยแม่ขาน


ถ่ายโดยครูอ้น จากชุมชนบ้านช่าง โรงเรียนรุ่งอรุณ


เดินมาอีกพักใหญ่ก็มาถึงจุดที่ห้วยแม่ลานมาบรรจบกับห้วยแม่ขาน ชาวบ้านเลยพากันเรียกว่าสบลาน เลยจากสบลานเดินอีกประมาณชั่วโมงครึ่งจนเกือบเพลก็มาถึงจุดที่เป็นที่ตั้งแคมป์พักแรมของคณะ พระตี่พี่เลี้ยงเลือกจุดนี้เพราะอยู่ระหว่างซอกเขาที่มีลำธารสายน้อยไหลผ่าน



แวะพักที่ริมลำธารระหว่างซอกเขาเพื่อทานมื้อกลางวัน


มื้อเที่ยงได้ไข่เค็มและน้ำพริกที่หยิบติดมือมา น้ำพริกกลางกรุงแม้จะอร่อยซักแค่ไหนก็ยังไม่ได้รสชาดเท่าข้าวสวยข้าวสวยที่โมลิหุงไว้ให้ หลังจากทานอาหารกลางวันกันเสร็จสรรพก็พากันมานั่งฟังพะตี่เล่าเรื่องราวต่างๆ และนิทานพื้นบ้าน รวมทั้งหลักเกณฑ์ในการเลือกพื้นที่โดยเลือกจุดที่เกิดความรู้สึกว่าที่มันเรียกร้องเรา และพระมหานัธนิติยังได้ฝากข้อคิดในการอยู่ป่าเพิ่มเติมไว้อีกด้วย


หลังจากใช้เวลาเดินหาที่ร่วม 2 ชั่วโมงโดยมีครูนิดให้ความช่วยเหลือเป็นระยะทางกว่า 700 เมตรทั้งสองฝั่งน้ำก็ยังไม่ปรากฏที่ที่สัปปายะกับตัวเอง เวลาก็จวนเจียนจะ 5 โมงเย็นต้องรีบกลับมาที่ศูนย์ประสานงานกลางเพื่อทำพิธีเข้าป่าและทานอาหารเย็นก่อนปลีกวิเวก เพราะจะต้องอดอาหารอีกเป็นเวลา 1 วันเต็มๆ เมื่อต้องตัดสินใจเลยมาเอาที่ที่ใกล้กับศูนย์ฯ เพราะมีพื้นที่ราบพอกางเต๊นท์ได้อยู่ 2 จุด แต่ปรากฎว่ามีนักศึกษาและส้ม ช่างภาพของสถาบันฯ เลือกไปแล้ว เลยเดินคอตกกลับมาหาอาจารย์ผ่อง หลังจากอาจารย์คะยั้นคะยออยู่หลายยกเลยต้องออกเดินหาต่อ และตัดสินใจแล้วว่าถ้าเจอที่ที่พอนอนได้เป็นจุดแรกคราวนี้ต้องเลือกทันที



วงสนทนาอย่างได้อารมณ์เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการหาที่ที่เรียกร้องก่อนเริ่มพิธีการปลีกวิเวก


 



 


ปล. ได้สัญญากับท่านอาจารย์ผ่อง เซ่งกิ่งไว้เรื่องการเขียนบันทึกหลังเข้าร่วมศึกษาธรรมชาติวิจักษณ์ที่สบลาน แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้เริ่มบันทึกอย่างจริงจัง กระทั่งมาถึงช่วงวันหยุดยาวๆ อย่างสงกรานต์ จึงขอหยิบไดอารี่ที่เขียนมาปัดฝุ่นและลงมือเขียนเรื่องราวอย่างจริงจัง สมดังที่ได้ให้สัญญากับท่านไว้ค่ะ

รูปเดียวไม่พอ ขออีกหลาย ๆ

รูปเดียวไม่พอ ขออีกหลาย ๆ รูปครับ แถมบรรยายด้วยนะ....สาธุ

ส่งความปรารถณาดีลงมาจากยอดดอย

ส่งความปรารถณาดีลงมาจากยอดดอย สบลานหนาวมากครับ กรุงเทพเป็นไงบ้าง

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Allowed HTML tags: <a> <em> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd><img><p><br>
  • Lines and paragraphs break automatically.

More information about formatting options