ใบสอนว่าซั่นในมุมมองของท่านศาสตราจารย์ปราณี วงษ์เทศ

Printer-friendly version

ใบสอนว่าซั่นในมุมมองของท่านศาสตราจารย์ปราณี วงษ์เทศ 

 

 วันนี้ได้รับโทรศัพท์จากท่านศาสตราจารย์ปราณี วงษ์เทศ

ซึ่งท่านเป็นปรมาจารย์ทางด้านสังคมวิทยามานุษยวิทยาที่มีชื่อเสียงของประเทศ

ท่านโทรมาแสดงความคิดเห็นต่อหนังสือ "ใบสอนว่าซั่น" ที่ถูกพูดถึงอย่างมาก

ในระหว่างการสอบวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทของนักศึกษาธรรมศาสตร์เมื่อสามวันก่อน

 

 

 

ท่านบอกว่า ท่านอ่านทีเดียวจบ

น้อยคนและน้อยครั้งนะที่จะอ่านหนังสือทีเดียวจนจบแบบนี้

พอจบแล้วก็รีบโทรมาแสดงความยินดีเลย

 

 

 

ท่านบอกว่า อ่านแล้วนอนไม่หลับทำไมจบดื้อๆ เหมือนยังไปไม่สุด

ควรจะเขียนต่อให้จบ จนถึงช่วงที่คุณยายมาอยู่กรุงเทพ มามีลูกมีหลาน

โยงมาจนถึงตัวผู้เขียน เพราะในหนังสือไม่เห็นตัวตนผู้เขียนเลย

 

 

เรื่องราวที่เขียนก็น่าสนใจ เป็นกรณีพิเศษ (Exceptional Case) ของผู้หญิงคนหนึ่ง

ที่ทำอะไรได้มากมายขนาดนี้ ด้วยความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว

 

 

 

หนังสือมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่สนุกและน่าสนใจอยู่มากมาย

ก็ไม่น่าแปลกใจที่จะมีคนมาขอเขียนเป็นนิยายเพื่อทำเป็นละครหลังข่าว

หนังสือยังพูดถึงคุณตาน้อยเกินไป

 

 

 

อาจารย์บอกว่า เสียดายที่ตอนสอนหนังสือยังไม่มีหนังสือเล่มนี้

ไม่เช่นนั้นจะเป็นหนังสือที่ให้นักศึกษาได้อ่านได้ศึกษากันโดยเฉพาะเรื่อง Oral tradition

 

 

ถ้ายายได้ยิน ก็คงจะดีใจมาก

โดยเฉพาะเมื่อทราบว่า เจตนาในการเขียนหนังสือคือให้คนได้มาศึกษาเรื่องของคนอีสานกัน

วันนี้สิ่งที่คิดก็บรรลุวัตถุประสงค์แล้ว เพราะมีทั้งนักศึกษาที่สนใจมาศึกษาทำวิทยานิพนธ์ตามแนวทางของคุณยายที่ได้ทำหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา (ประวัติศาสตร์เนื้อใน)

และมีปราญช์จากหลากหลายสาขามาอ่านงานเล็กๆ นี้ 55+

 

 

หนังสือยังถูกนำไปใช้ในการเรียนการสอนระดับปริญญาโทที่ธรรมศาสตร์

ที่จริงยายตั้งใจจะทำออกมาให้เป็นหนังสือนอกเวลาของเด็กประถม หรือ เด็กมัธยมได้อ่าน

โดยเฉพาะเด็กๆ ที่อีสาน เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นอีสาน

ก็ไม่นึกว่าจะกลายเป็นหนังสือให้นักศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโทที่ธรรมศาสตร์ได้อ่านกัน

และยังเดินทางมาไกลถึงปัจจุบัน ^___^

 

 

 

จำได้ว่าครั้งที่ไปเป็นวิทยากรในงานประชุมวิชาการของนักศึกษาภาคฤดูร้อนของคณะสหวิทยาการ ที่ธรรมศาสตร์ ได้ตอบนักศึกษาไปว่า

อย่าเขียนหนังสือเพียงเพราะอยากได้รางวัล เพราะนั่นไม่สำคัญเลย

สิ่งสำคัญคือเขียนเพราะเห็นคุณค่าของสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในนั้นต่างหาก

ที่ทำให้หนังสือยังมีลมหายใจต่อไป

และคุณค่าต่างๆ จะได้ถูกสืบสานสืบต่อกันไป

 

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Allowed HTML tags: <a> <em> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd><img><p><br>
  • Lines and paragraphs break automatically.

More information about formatting options