Upside Down

Printer-friendly version

เทอมนี้ได้รับเชิญให้ไปสอนในรายวิชา English for Management ค่ะ ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ณ วัดไร่ขิง ของคณะสังคมศาสตร์ สาขาวิชารัฐศาสตร์มหาบัณฑิต เป็นหลักสูตรสำหรับพระสงฆ์ ส่วนใหญ่เป็นพระสังฆาธิการ (พระชั้นผู้ใหญ่) มีทั้งเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด และเจ้าอาวาส ระดับหลวงตา หรือไม่ก็หลวงพ่อแล้วทั้งนั้น

อาจารย์เคยแต่ถวายความรู้ให้พระนิสิตต่างชาติ เลยนึกภาพไม่ออกว่า การบรรยายให้พระสังฆาธิการควรจะเป็นอย่างไร เนื้อหาประมาณไหน

จำได้ว่า ครั้งแรกได้เลือกเอาเรื่องของเจ้าสัตว์ขนปุยแสนขี้เกียจที่ชื่อ Sloth ไปสอน เป็นบทความขนาด 3 หน้ากระดาษในหนังสือรีดเดอร์ไดเจส อ่านแบบสบายๆ ด้วยหวังว่าจะเป็นเนื้อหากลางๆ เหมาะสำหรับพระผู้ใหญ่

ดูเอาเถอะค่ะ หน้าตาเด๋อด๋าขนาดนี้ จะไม่ให้หยิบมาสอนได้อย่างไร

ที่มา: http://www.sloth.ca/sloths/info.html

ปรากฎว่า... หลังจากบรรยายไปเกือบ 3 ชั่วโมงชนิดควันตลบ Synonyms ของคำต่างๆ ถูกยกขึ้นมาไว้เป็นแผงบนไวท์บอร์ด ท่ามกลางสายตาเหลือเชื่อของพระนิสิตสี่สิบกว่าคู่ที่จ้องมองมา

ครั้นพอบรรยายจบแบบถึงใจอาจารย์ก็เอ่ยถามพระนิสิตว่า "คำศัพท์ที่ทุกท่านจำได้จากการบรรยายในวันนี้คืออะไรคะ ขอเพียงจำได้ซักคำอาจารย์ก็ชื่นใจแล้ว"

มีเสียงดังฟังชัดแถมสำเนียงฝรั่งเน้นๆ ดังมาจากหลังห้องว่า "... อัพซายด์ด้าว!"

จำได้ว่าพระนิสิตทั้งห้องพากันหัวเราะดังลั่น แต่ที่ดังกว่าคือเสียงอาจารย์ที่ยืนอยู่หน้าชั้น

จากนั้นพระที่นั่งอยู่ข้างๆ จึงอธิบายต่อให้ว่า "สงสัยจะดูหนังฝรั่งบ่อย" ทุกท่านเลยถึงบางอ้อกันเสียยาว

 

เจ้าสลอทและที่มาของคำว่าอัพซายด์ด้าว (กลับหัวกลับหางอย่างที่เห็นในรูปนั่นเอง)

ที่มาของรูป: http://lucys.catcodesigns.net/index.php?pr=Animals_of_the_World_P-T

วันนั้นเป็นวันที่ความทรงจำดีๆ ได้เริ่มขึ้น แม้จะมีเสียงสะท้อนว่า ทั้ง class ไม่มีใครเข้าใจเลย เพราะอาจารย์สอนเยอะและไปเร็วมาก ประมาณว่า อยากจะให้พระนิสิตเรียนจบคอร์สแล้วไปสอบโทเฟลได้เลย แม้แต่ท่านที่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่ออสเตรเลียอยู่เกือบสิบปีจนจบปริญญาโทจากที่นั่นก็ยังอึ้งและยอมรับว่า ตามไม่ทัน เพราะร้างไปเสียนาน

"สลอทหนอสลอท...ไม่น่าทำกันได้เลย"

อาจารย์เลยปรับการสอนใหม่ค่ะ เน้นเนื้อหาด้านการจัดการ เสริมรูปภาพและเอาเฉพาะหลักมาสอน ในแต่ละครั้งจะใช้สไลด์ไม่เกิน 15 สไลด์ และเป็นเนื้อหาประมาณ 2-3 บรรทัดต่อ 1 สไลด์มีทั้งเรื่อง Leadership SWOT Sexual Misconduct และอื่นๆ ดูท่าว่าการเรียนจะสนุกขึ้นแบบทันตาเห็น เอ...หรือว่าอาจารย์จะสนุกเองอีกแล้วหนอ (ฮ่า ฮ่า)

คราหนึ่งได้ให้พระนิสิตลองเขียนเรื่องความสำคัญของการรักษาศีลข้อที่ 3 หรือ Sexual Misconduct โดยลอกเนื้อหาจากจอภาพด้านหน้า ความยาวประมาณ 12 บรรทัด ปรากฎว่า... พระนิสิตใช้เวลาเขียนร่วม 2 ชั่วโมงค่ะ เพราะเป็นภาษาที่ไม่ได้ใช้มานาน หลายท่านตาลายเพราะพรรษามากแล้ว เขียนไปก็ดมยาดมไป เขียนข้ามบ้าง เลยบ้าง กว่าจะเสร็จต้องใช้เวลาสองชั่วโมงกว่าๆ อาจารย์ก็นั่งลุ้นใจตุ้มๆ ต่อมๆ อยู่เหมือนกัน เห็นฉันทะของหลายท่านเลยค่ะ สาธุ

ล่าสุดได้ให้ท่านดูหนังเรื่อง Whale Rider เพื่อฝึกการฟัง โดยจดคำศัพท์ที่รู้จักขึ้นกระดานดำ ทั้งห้องควรได้ไม่ต่ำกว่า 50 คำ ปรากฎว่าได้มากกว่านั้นอีกค่ะ เนื่องจากมีพระธรรมฑูตมาเรียนหลายท่าน

การได้ไปถวายความรู้ที่ มจร. ณ วัดไร่ขิง ทุกเย็นของวันจันทร์และวันอังคารกลายเป็นความสุขอย่างหนึ่งในชีวิต พระนิสิตท่านน่ารักมากค่ะ

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เตรียมตัวจะไปพูดเรื่อง Learning Society ด้วยค่าที่งดสอนมา 2 อาทิตย์ ทำให้มีความตั้งใจอย่างยิ่งยวดที่จะสอนให้ทันและให้มัน สายๆ ของวันนี้ค่ะได้รับโทรศัพท์จากท่านพระมหาโยตะที่ของดการเรียนการสอน ด้วยเหตุผลที่ฟังแล้วใจหาย

"..มีพระนิสิตที่อาจารย์สอนรูปหนึ่งมรณภาพ ..."

ได้ยินแล้วถึงกับอึ้งค่ะ นึกไม่ออกจริงๆ ว่าท่านไหน หลวงตาที่ชราภาพมากแล้วก็มีอยู่ไม่กี่ท่าน ก่อนจะนึกเดาไปส่ง พระมหาโยตะก็เล่าต่อว่า ท่านพระมหาเล็ก อายุเพิ่งจะ 36 ปี อาจารย์คงจำไม่ได้ ท่านชอบนั่งด้านหลัง ตัวใหญ่หน่อยแถมเจ้าเนื้อ

อืมมม์ ลักษณะดังกล่าวเห็นจะมีไม่กี่คน จะใช่ท่าน Upside Down ไหมหนอ ลางสังหรณ์บอกว่าอย่างนั้นค่ะ

วันนี้ทางมจร.เป็นเจ้าภาพ ก็ตั้งใจอย่างยิ่งว่าจะไปร่วมงานให้ได้ งานอยู่ไกลถึงลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ออกจากพระราม 2 ตอน 5 โมงเย็นแล้ว แถมรถยังติดได้ใจจริงๆ คงไปไม่ทันแน่ๆ แต่ไม่ทันอย่างไรก็ต้องไปงานให้ได้ เพราะอย่างไรเสียวันนี้ก็เป็นวันเรียน

หลังจากสามารถฝ่ารถติดและสิบล้อไปได้อย่างหวุดหวิด ก็ถึงวัดบ่อทอง พระท่านเพิ่งเริ่มเทศน์ ที่ศาลาเรือนไทยด้านบนมีพระหลายร้อยรูปนั่งอยู่เต็ม อาจารย์ได้สิทธิ์ความเป็นอาจารย์ที่ มจร. จึงถูกเชิญให้ขึ้นไปนั่งด้านบนเรือนด้วย มองลงมาด้านล่างก็เห็นผู้มาร่วมงานนั่งกันอยู่เต็มไปหมด พระนิสิตพอเห็นอาจารย์ก็เดินมาทัก บ้างก็พากันชี้ให้กันดูและยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ค่ะ ด้วยสายตาที่บอกว่า อย่างน้อยเราก็ได้เผชิญความสูญเสียครั้งนี้ร่วมกัน

ขณะฟังสวดหอมกลิ่นดอกไม้ไทยลอยมาแตะจมูก ก็ได้แต่นึกในใจว่า "อาจารย์ทราบแล้วค่ะท่าน" พร้อมกับสาธุดังๆ ในใจคนเดียว

ฟังเจ้าคณะจังหวัดปทุมฯ ซึ่งเป็นพระนิสิตขึ้นเทศน์และนำสวดมนต์กระทั่ง 3 ทุ่มก็แล้วเสร็จ ต่อเมื่ออาจารย์เดินไปไหว้ศพจึงรู้ว่า ที่แท้ก็เป็นท่านที่ตอบว่า Upside Down นี่เอง

ใจหายจังเลยค่ะ ท่านตั้งใจเรียนหนังสือและเก่งภาษาอังกฤษเสียด้วย จำได้ว่าท่านยังแนะนำให้พระนิสิตฝึกการอ่านภาษาอังกฤษจากหนังสือนิทาน ก็ตั้งใจว่าจะให้อัดลงเทปแล้วนำไปมอบให้กับสมาคมคนตาบอดได้เปิดฟังกัน ท่านอายุเพิ่งจะ 36 ปีนี่เองค่ะ มรณภาพด้วยโรคไข้หวัดสองพันเก้าแบบปัจจุบันทันด่วนเสียด้วย เมื่อวานยังดีๆ อยู่เลยแถมเดินไปหาหมอได้เอง พอกลับมาเตรียมเก็บของไปนอนโรงพยาบาลยังไม่ทันถึงห้องพักก็ล้มไป แม้แต่จะปั๊มหัวใจก็ไม่ได้ผล

อนิจจังไม่เที่ยงหนอ

พอทราบสาเหตุของโรคก็นึกถึงพระเพื่อนเลยค่ะ ท่านก็เป็นโรคนี้เหมือนกันเมื่อปีที่แล้ว โชคดีหนักหนาที่รอดมาได้อย่างปลอดภัย นอกจากเป็นโรคเดียวกันแล้วแถมยังหน้าตาและรูปร่างยังเหมือนกันอีกค่ะ

คงต้องกราบเรียนเสนอท่านให้ลดน้ำหนักและออกกำลังกายให้มากหน่อย

ชีวิตก็แค่นี้เองค่ะ

ขอให้ดวงวิญญาณของพระนิสิต พระมหาเล็กไปสู่สุคติสุขเทอญ สาธุ

 

หวัด ๒๐๐๙ หรือครับ

หวัด ๒๐๐๙ หรือครับ นี่แหละหนาสังขารไม่เที่ยง ความตายเป็นธรรมดา

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Allowed HTML tags: <a> <em> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd><img><p><br>
  • Lines and paragraphs break automatically.

More information about formatting options