กว่าจะได้บวชเป็นพระสงฆ์ในประเทศกัมพูชา พม่าและบังกลาเทศ

Printer-friendly version

บนหน้ากระดานสนทนาวัดท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=2109 ได้บันทึกเรื่องราวของของพระนิสิตต่างชาติจากมจร. วังน้อย ที่ได้ไปบรรยายให้กับพระนิสิต มจร. ณ วัดไร่ขิง ระดับปริญญาโท สาขาการจัดการเชิงพุทธได้ฟัง ว่าด้วยประวัติภูมิหลังของแต่ละท่าน รวมทั้งบทบาทของพระสงฆ์ ซึ่งเป็นมุมมองใหม่ที่หลายท่านยังไม่เคยรู้มาก่อน ต้องกราบขอบพระคุณท่านพระครูธรรมธรเล็ก สุธมฺมปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดที่นำสาระที่ได้รับฟังไปถ่ายทอดให้ญาติโยมได้ฟังกันต่อๆ ไป กระทั่งคุณเถรีได้บันทึกและนำขึ้นไว้ที่หน้ากระดานดังกล่าวดังนี้

 


ท่านพระครูธรรมธรเล็ก สุธมฺมปญฺโญ

 

  

 พระอาจารย์เล่าให้ฟังว่า "วันที่ ๑ กันยายน อาตมาเรียนวิชาภาษาอังกฤษสำหรับการจัดการ ท่านอาจารย์ดร.มนตรา เลี่ยวเส็ง พาพระต่างประเทศมา ๓ รูป มีท่านจารึก จากประเทศกัมพูชา ท่านมังคละปิยะ จากบังคลาเทศ และท่านกุเวระ จากประเทศพม่า
 

พระจารึก ไค จากประเทศกัมพูชา

ท่านจารึกเขาเล่าให้ฟังว่า เขาเป็นคนดวงยากเข็ญ เกิดปี ๑๙๗๕ ปีที่เขมรแตกพอดี เขาบอกว่า เขาอยู่ท่ามกลางสงคราม..สงคราม..และสงคราม ใหญ่ ๆ เล็ก ๆ ตลอดเวลา ประชาชนตกอยู่ในความทุกข์ยาก มีแต่ความเดือดร้อน บาดเจ็บล้มตาย ถูกเข่นฆ่าไปประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐-๒,๐๐๐,๐๐๐ คน

ตัวเขาเองโดนพ่อแม่หอบหิ้วมา เติบโตอยู่ในค่ายอพยพฝั่งไทย ได้รับการศึกษาจากทางด้านเจ้าหน้าที่อพยพของยูเอ็น จึงได้ภาษาอังกฤษติดตัวมา หลังจากที่สงครามสงบแล้ว เขากลับไปบ้านเกิดของตัวเอง ไปเห็นแต่ความทุกข์ยากเดือดร้อนของชาวบ้าน

มีแต่คนจน คนเจ็บ คนพิการ เขาบอกว่ารัฐบาลปฏิบัติต่อพวกเขาเหมือนไม่ใช่มนุษย์ เขาย้ำว่า พวกท่านทั้งหลายที่เป็นพระเถระเกิดในเมืองไทยเป็นผู้ที่โชคดีอย่างยิ่ง คำนี้เขาใช้คำว่า most venerable ซึ่งก็คือพระที่มียศมีตำแหน่ง

ท่านบอกว่าคนไทยไปไหน พอบอกว่ามาจากเมืองไทย ชาติอื่นก็ปฏิบัติต่อเราอย่างมีเกียรติ แต่พอเขาบอกว่ามาจากกัมพูชา มีแต่คนดูถูก(look down) เรามาฟังดูแล้ว รู้สึกว่า รัฐบาลห่วย ๆ ของเราก็ยังไม่เลวนะ ดีกว่าประเทศของท่านจารึกเยอะเลย..!
          

เขาบอกว่าบ้านเราอย่างน้อยก็มีกฎหมายในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายประมง กฎหมายป่าไม้ ฯลฯ แม้แต่พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ของเราก็มี แต่ของเขาไม่มี แม้แต่กฎหมายบริหารประเทศก็มีแค่เล็กน้อยเท่านั้น ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับอารมณ์ของผู้นำ ความจริงเขาใช้คำพูดแรงว่า l have a badly leader เขาบอกว่าสู้เมืองไทยไม่ได้

ที่เขาต้องมาศึกษาที่เมืองไทยเพราะเมืองไทยเป็นประเทศที่เจริญกว่า เขาจะเอาความรู้นี้กลับไปพัฒนาบ้านเมืองของเขา เขาย้ำว่าพระพุทธศาสนานั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว รัฐบาลไหนที่ปกครองโดยยุติธรรม ประเทศชาติก็จะสงบสุข บ้านเมืองก็จะเจริญรุ่งเรือง เรามานึก ๆ ดู เพื่อนบ้านเขามองบ้านเราเหมือนเป็นสวรรค์ แต่บ้านเขาเป็นนรก"

 


 พระมังคละ ปิยะ จากประเทศบังคลาเทศ

 


"พอมาถึงท่านมังคละปิยะ สาหัสกว่าท่านจารึกอีก ท่านเกิดอยู่บังคลาเทศ มีประชากร ๑๖๐ ล้านคน

ท่านเกิดมาท่ามกลางคนถือศาสนาอิสลาม เป็นชาวเผ่าบารัวที่นับถือศาสนาพุทธอยู่ในเมืองจิตตะกอง มีประชาชนในจิตตะกองที่นับถือศาสนาพุทธอยู่ประมาณห้าแสนคน เราได้ยินก็คิดว่าเยอะ แต่ท่านบอกว่าลองเปรียบเทียบตัวเลขกับ ๑๖๐ ล้านคนดูสิ จะเหลือประมาณ ๐.๐๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ตอนที่ซักถามเขาก็เลยถามว่า คุณอยู่ท่ามกลางอิสลามย่อมโดนเขารังแก และปฏิบัติอย่างอยุติธรรมอยู่แล้ว คุณมีหลักเกณฑ์อย่างไรที่จะไปใช้รับมือพวกเขา ? ท่านบอกว่าอาศัยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนานั่นแหละ ที่ช่วยให้รอดมาจนถึงทุกวันนี้ ท่านใช้คำว่า forget & forgive

สุดยอดจริง ๆ เลย ใครเขาร้ายกาจกับเราอย่างไร ให้ลืมซะแล้วให้อภัย เขาบอกว่าเพราะเหตุนี้แหละที่ทำให้พวกเขาไม่ลำบากมากนัก คือ ยอมทุกอย่าง ไม่ว่าเขาจะรังแกอย่างไรก็ให้อภัย ในเมื่อเขารังแกจนพอใจก็เลิกไปเอง

เขาบอกว่าพ่อเขาเป็นหัวหน้าเผ่าบารัว จึงมีฐานะดีกว่าเพื่อนบ้าน พอเขาจบมัธยมแล้วก็เลยส่งไปเรียนต่อที่ศรีลังกา เขาบอกว่าเป็นภาพที่ตัดกันอย่างชัดเจนที่สุด อย่างชนิดที่ไม่ต้องเสียเวลาอธิบาย

คุณเป็นประชากรแค่ ๐.๐๗ เปอร์เซ็นต์ในประเทศอิสลาม ๑๖๐ ล้านคน อิสลามครอบงำไปทุกซอกทุกมุม แต่พอคุณไปอยู่ศรีลังกา ประชากร ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ที่นั่นเป็นพุทธศาสนิกชน และพระมีอำนาจถึงขนาดเป็นรัฐมนตรี เป็น ส.ส. เป็นผู้นำในชุมชน ไม่ว่าไปทางไหนก็มีแต่คนยกย่อง"

 


"อาตมาถามท่านมังคละปิยะว่า ทำไมคุณมาเรียนที่เมืองไทย? ท่านบอกว่าเมืองไทยมีการเรียนเปิดกว้างกว่า มีวิชาให้เรียนหลากหลายกว่า เพราะท่านไปเรียนที่ศรีลังกาก็เรียนแต่คัมภีร์ อรรถกถา ฎีกา อนุฎีกาต่าง ๆ เพื่อให้แตกฉานทางศาสนาพุทธอย่างเดียว ท่านก็เลยขอทุนมาเรียนที่บ้านเรา

 


 


 


พวกเราถามท่านว่าในระหว่างสามประเทศ คือ บังคลาเทศบ้านเกิดของคุณ ศรีลังกาที่คุณไปร่ำเรียนศึกษา และเมืองไทยที่คุณมาเรียนต่อ ถ้าหากคุณเรียนจบแล้วคุณจะเลือกอยู่ประเทศไหน ?

ท่านบอกว่า เป็นการตัดสินใจที่ยากมาก บังคลาเทศเป็นบ้านเกิด คนที่เป็นเลือดเนื้อเดียวกันกับท่าน รอท่านกลับไปช่วยเหลือ แต่ท่านรู้ถึงความเลวร้ายชนิดไม่อยากจะกลับไปเลย พูดง่าย ๆ ว่าถ้ากลับไปก็ตกอยู่ในภาวะจำยอม

ศรีลังกา..พระมีอำนาจกว่าไทยเยอะมาก ไปไหนก็ได้รับการยกย่อง แต่เมืองไทยทุกคนเป็นมิตรกับเขาหมด เขาบอกว่าถ้าให้เขาเลือกระหว่างศรีลังกากับไทย เขายังตัดสินใจไม่ได้ แต่เขาไม่อยากกลับบ้าน จริง ๆ แล้วท่านมังคละปิยะเขาเป็นเจ้าชายนะ เพราะพ่อของท่านเป็นหัวหน้าเผ่า"

 


 พระกุเวระ จากประเทศพม่า

 


"ส่วนท่านกุเวระ ท่านเกิดที่ทวาย ทางภาคใต้ของพม่า ก็คือมณฑลตะนาวศรี ท่านพยายามจนได้บวชเณร แล้วขอพระอาจารย์เข้ามาเรียนในย่างกุ้ง จนกระทั่งจบธัมมจริยะ ถ้าเปรียบไปแล้วก็เหมือนกับจบประโยค ๙ ของบ้านเรา

ท่านบอกว่าตลอดระยะเวลา ๑๐ ปีที่ท่านเรียนอยู่ ท่านต้องกินอาหารบูด ๆ เน่า ๆ อยู่ตลอดเวลา ไม่กินก็ไม่มี คนที่ไม่เคยไปพม่าจะไม่เห็นภาพนี้ แต่อาตมาไปมาหลายปี

ไปพักที่สำนักบุปผารมย์ ที่หงสาวดี เป็นสำนักเรียนมีพระ ๔๐๐ กว่ารูป เขามีกับข้าวอย่างเดียว พี่เลี้ยงเขาจะหิ้วหม้อยักษ์มาสองคน คนที่สามจะตักข้าวใส่จานตรงหน้าให้ ข้าวคุณเติมได้ตลอดเวลา แต่กับข้าวมีอย่างเดียว

เราเองเป็นอาคันตุกะไป นอกจากแกงถ้วยนั้นแล้ว เขายังมีปลาทอดให้สองตัว มีของหวานเป็นกล้วยอีกสองผล วางอยู่ตรงโต๊ะข้างหน้า แต่อาตมาฉันไม่ลงเพราะเณรเขามอง มองในลักษณะที่ว่า ถ้าสายตาของเณรกินได้ก็ไม่เหลือแล้ว ลองคิดดูแล้วกัน ว่าบ้านเขาอดอยากขนาดนั้น..!

ท่านบอกว่า ต้องบิณฑบาตตั้งแต่ตีสี่ ฉันเช้าเสร็จก็เก็บอาหารไว้ แล้วก็ไปเรียนจนถึงสิบเอ็ดโมงครึ่ง กว่าจะได้ฉันเพลอาหารก็บูดหมดแล้ว แล้วก็เรียนต่อจนถึงห้าทุ่มจึงได้นอน ตอนเช้าตีสี่ต้องตื่นขึ้นอีกแล้ว

ที่ท่านขวนขวายเรียน เพราะท่านเชื่อว่าความรู้คืออำนาจ ถ้าไม่มีความรู้ก็จะโดนปิดบังอยู่ตลอดเวลา อยู่บ้านท่านไม่มีโอกาสที่จะพูดถึงเรื่องการปกครองหรือประชาธิปไตยแม้แต่คำเดียว พูดเมื่อไรไม่ติดคุกก็ตาย..!

ถามท่านว่าการเรียนเบื้องสูงของพม่ายังมีอยู่ ทำไมไม่เรียนต่อ ? ท่านบอกว่าการเรียนเบื้องสูงขึ้นไป คือ บาลีปารคู การใช้ภาษาบาลีในชีวิตประจำวันก็ดี หรือว่าการเป็นตรีปิฏกะบัณฑิต การเป็นผู้ทรงพระไตรปิฎกก็ดี ก็ยังเป็นเรื่องในแวดวงพระพุทธศาสนา

ท่านอยากเรียนรู้อะไรนอกจากเรื่องหลักธรรม ที่เอากลับไปช่วยชาวบ้านได้บ้าง พอรู้ว่าเมืองไทยเปิดกว้างกว่า มีการเรียนวิชาต่าง ๆ นอกเหนือจากพระไตรปิฎกก็เลยอยากเรียน ดิ้นรนจนมาบ้านเราได้ แล้วท่านก็ย้ำอีกเหมือนกันว่า คนไทยโชคดีมากที่มีประชาธิปไตย บ้านเขาขนาดเป็นพระยังทำอะไรไม่ได้เลย

ฟังไปฟังมา เราก็คิดว่าบ้านเรานี่เป็นกบเลือกนายจริง ๆ รัฐบาลที่เราเห็นว่าไม่เอาไหนเลย ในสายตาของชาวโลกกลับกลายเป็นดี คือ อย่างน้อยก็ยังเป็นประชาธิปไตย"

 


"คราวนี้เรามาดูว่าท่านจารึก ท่านเกิดอยู่ท่ามกลางสงคราม พ่อแม่ต้องหอบหิ้วอุ้มข้ามมาเมืองไทยเพื่อเอาตัวรอด เมื่อย้อนกลับเข้าไปประเทศตนเอง ญาติพี่น้องก็ตายหมด ตัวเองต้องดิ้นรนจนกระทั่งบวชพระได้ เข้ามาเมืองไทยเพื่อศึกษาต่อ โดยตั้งความหวังไว้ว่า จะกลับไปช่วยคนในชุมชนของท่าน

 

         

กำลังใจในลักษณะอย่างนี้ เป็นกำลังใจที่เปิดกว้างมาก อยู่ในลักษณะของพรหมวิหารสี่แบบอัปมัญญา คาดว่าต้องเป็นกำลังใจของพระโพธิสัตว์ ประโยคที่ท่านบอกว่า คุณไปไหนคุณบอกว่าเป็นคนไทย ต่างชาติเขาปฏิบัติต่อคุณอย่างมีเกียรติ แต่ท่านไม่ได้รับการปฏิบัติแบบนั้น พอบอกว่าเป็นกัมพูชา มีแต่คนดูถูกเขาเหมือนกับเป็นพลเมืองชั้นสอง

ถ้าเราไม่ได้โดนเองก็จะไม่ซาบซึ้ง ตอนแรกเขาใช้คำว่า suffering คือ ความทุกข์ แต่เขาก็รู้สึกว่ายังไม่ได้อย่างใจเขา พอเขาใช้คำว่า painful ค่อยเห็นชัดหน่อย คือเป็นความเจ็บปวดจริง ๆ เกิดเป็นคนแต่คนอื่นเห็นเหมือนกับว่าไม่ใช่คน..!

ท่านมังคละปิยะ เหมือนกับน้ำหยดเดียวอยู่ท่ามกลางทะเลทราย จะระเหยหายไปเมื่อไรก็ไม่รู้ เพราะประชากรห้าแสนคน ไม่รู้ว่าจะขยับขยายขึ้นมาได้หรือเปล่า แต่ท่านบอกว่า ท่านพยายามตั้งสมาคมชาวพุทธต่าง ๆ ให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะให้กำลังใจ

ให้กำลังใจในการดำรงอยู่ในความเป็นชาวพุทธของตน โดยไม่ถูกอิสลามครอบงำและดึงไปหมด และพยายามจะสร้างเว็บไซต์ติดต่อกับโลกภายนอก เพื่อที่จะให้ชาวโลกรู้ว่า ยังมีชาวพุทธอยู่จุดหนึ่งในเมืองจิตตะกอง ถ้าหากอิสลามจะทำอะไรรุนแรง อย่างน้อยก็จะเกรงใจบ้างว่า ยังอยู่ในสายตาของชาวโลก

ท่านเองก็สารภาพตามตรงว่า เรียนจบก็ไม่อยากกลับบ้าน แต่ท่านก็ต้องไป เราลองเทียบกำลังใจดูซิว่า ถ้าเราพ้นจากนรกมา แบบท่าน เราคิดจะกลับไปไหม ? แต่ท่านต้องไป ที่ต้องไปเพราะผู้ที่รออยู่ก็คือพี่น้องของท่าน ก็คือ ประชาชนของท่าน

กำลังใจประเภทนี้ก็คงไม่แคล้วพระโพธิสัตว์อีกเหมือนกัน โดยเฉพาะสถานภาพของท่านเหมือนกับเป็นเจ้าชาย จะต้องกลับไปดูแลคนในเผ่าของตน"

 


"ท่านกุเวระ ท่านเกิดในประเทศพม่าที่เผด็จการทหารครอบงำมายาวนาน พูดง่าย ๆ ว่า ตั้งแต่ได้เอกราชมาจนถึงทุกวันนี้ ๖๐ - ๗๐ ปี มีแต่เผด็จการทหารปกครองมาตลอด

ท่านต้องดิ้นรนอยู่ด้วยความยากลำบาก ต้องการการศึกษาแต่ไม่มีหนทาง เพราะรัฐบาลไม่สนับสนุน ก็ต้องบวชเพื่อให้มีโอกาสได้เรียน ต้องลำบากและอดทน ต้องอดนอน โดยเฉพาะอาหารบูด ๆ เน่า ๆ ที่ต้องทนฉันเป็นสิบปีเพื่อเรียนให้จบ...

ถ้าเรามาเปรียบเทียบดูว่า กำลังใจในการต่อสู้ในความทุกข์ยากแบบของท่าน กับกำลังใจที่ต่อสู้กับความทุกข์ในบ้านเราของพวกเรา จะแตกต่างกันมาก พวกเราสบายจนกระทั่งไม่ค่อยรู้สึกถึงความทุกข์ พอทุกข์หน่อยก็โวยวาย พูดง่าย ๆ ว่าความเข้มแข็งอดทนไม่มีเลย..!

เรานึกดูว่า ถ้าเราเป็นอย่างทั้งสามท่าน ต้องไปต่อสู้ดิ้นรนในลักษณะอย่างนั้น ท่านทั้งหลายถ้าผ่านสภาวะเหล่านั้นไปได้ จะยืนหยัดเป็นหลักได้ทุกคนเลย เพราะท่านผ่านบทเรียนที่เป็นของจริงมาแล้ว

แต่พวกเราพอเจอทุกข์เข้าก็ถอย คอยไปผ่อนผันให้กิเลส ยิ่งตอนที่เริ่มปฏิบัติไป กิเลสดิ้นรนใกล้จะตาย พอกิเลสรู้ว่าจะตายก็ดิ้น เรามักจะไปผ่อนให้ทุกที เราไปผ่อนให้เพราะเรากลัวว่าเราจะตาย ทั้งที่กิเลสกำลังหลอกเรา เพราะจะว่าไปแล้วกิเลสก็คือเรา พอจะตายก็หลอกว่าเราจะตาย เราก็เชื่อเสียอีก เพราะฉะนั้น..เราจึงเอาดีได้ยาก

 


คณะล่ามจำเป็น

 

แต่ถ้าเราดูกำลังใจของสามท่านที่ดิ้นรน จนกระทั่งได้รับการศึกษา ได้เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยของประเทศไทย ต่อสู้กับความยากลำบากทุกอย่าง เข้ามาแล้วการสื่อสารก็ได้แต่ภาษากลาง คือภาษาอังกฤษ และอย่างท่านมังคละปิยะและท่านกุเวระ โอกาสที่จะสื่อสารกับคนไทยได้รู้เรื่องนั้นยากมาก เพราะสำเนียงการพูดของท่านฟังยากจริง ๆ"

 

 



"อยากให้พวกเราลองคิดดูว่า ถ้าเราตกอยู่ในสถานการณ์แบบเขา เราจะทำอย่างไร ? อย่างของท่านจารึก ท่านเกิดมาท่ามกลางสงครามเลย ถ้าไม่ใช่บุญรักษาหรือกรรมรักษา คงไม่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ ญาติพี่น้องล้วนกลายเป็นโครงกระดูกในทุ่งสังหาร

 

อาตมาไปชายแดนตาพะยา ช่วงปี ๒๕๒๔ อยู่นั่นปีกว่า เชื่อหรือไม่ว่าในทุ่งมีแต่โครงกระดูก บางโครงยังโดนมัดติดกับต้นไม้อยู่เลย ต้องไปค่อย ๆ เก็บฝังให้เขา เพราะว่าช่วงนั้นทหารญวนเฮงสัมรินลุยเข้ามา ปะทะกันที่โนนหมากมุ่น ตายไปสามร้อยกว่าศพ พวกที่เกิดไม่ทันไม่รู้หรอกว่าทหารต้องลำบากแค่ไหน อาตมาต้องไปกอดปืนยืนหนาวอยู่กลางป่าเป็นปี

 

          

ท่านมังคละปิยะ ท่านเกิดมากลางดงอิสลาม เป็นชนกลุ่มน้อย และศาสนาอิสลามเขาไม่ถือว่าศาสนาอื่นเป็นคนอยู่แล้ว เขาลำบากทุกข์ยากกว่าเรามากนัก

ท่านกุเวระอายุยังน้อยมาก ๒๐ เศษ ๆ ไม่ถึง ๓๐ ปี ก็เลยกลายเป็นว่าตลอดชีวิตของท่านตั้งแต่เกิด รู้ความมาจนกระทั่งถึงบัดนี้ ประเทศพม่าไม่เคยว่างเว้นจากเผด็จการทหารเลย ต้องการอะไรทหารมาเอาจากชาวบ้านไปหมด

อาจารย์เตชะ เป็นพระธรรมทูตมาอาศัยอยู่วัดท่าขนุน วันนั้นที่ฉันอาหารกันอยู่ ท่านก็หยิบลำไยให้ดู แล้วถามว่า "นี่เรียกว่าอะไร ?" พระครูหน่อยก็บอกว่า "ลำไย..พม่าไม่มีละสิ" พูดในลักษณะหัวเราะ ท่านเตชะก็สั่นหัวเพราะว่าไม่มีจริง ๆ

อาตมาถึงได้บอกว่า "พระครูหน่อย..ในพม่าแค่ปลูกข้าวพอให้ชาวบ้านกินก็ยากแล้ว เขาไม่มีเวลาไปปลูกอย่างอื่นหรอก เพราะเวลาได้ข้าวมา ถ้าทหารอยากได้เขาจะเอาไปหมดเลย เขาไม่สนใจว่าคุณมีกินหรือเปล่า"

ตอนที่ไปอยู่ที่เกาะพระฤๅษีใหม่ ๆ มีบ้านมอญ บ้านทวาย ล้อมรอบอยู่สามหมู่บ้าน ถึงเวลาวันตรุษ วันสารท วันสงกรานต์ เดี๋ยวก็ อส. เดี๋ยวก็ ตชด. เดี๋ยวก็ตำรวจ เดี๋ยวก็ทหาร เดี๋ยวก็ผู้ใหญ่บ้าน มาถึงก็จับคนของเขาไป ต้องเอาเงินไปไถ่ตัวคนละสามพันหรือห้าพัน จึงได้ตัวกลับมา แค่อยากได้เงินกินเหล้าเท่านั้น ก็จับไปดื้อ ๆ

 

"อาตมาถามพวกเขาว่า ลำบากขนาดนี้แล้วยังมาเมืองไทยทำไม เขาบอกว่า นี่ยังดี..เขาอยู่เมืองไทย เขาทำแบบนี้เขายังเหลือเป็นครึ่ง ๆ แต่เขาอยู่พม่า ถ้าทหารเอานี่หมดเลย ไม่เหลืออะไรเลย ทหารเขาไม่สนใจว่าคุณจะอยู่หรือจะตาย รู้แต่ว่าเขาจะเอาเขาจะต้องได้

อาตมายังชื่นชมว่าหมู่บ้านหนองบัวมีการจัดการที่ดีมาก บ้านหนองบัวเขาสละพื้นที่ส่วนกลางประมาณ ๓๐ ไร่ ปลูกข้าวให้ทหารโดยเฉพาะ ถึงเวลาคนก็ไปช่วย ๆ กัน พอทหารเขามาก็เอาข้าวส่วนกลางให้เขาไป เรื่องก็จบ

แต่ที่หมู่บ้านอื่นเขาไม่มีระบบการจัดการอย่างนี้ พอทหารไปไม่มีใครรวบรวมให้ เขาก็ไปค้นเอาเอง ไปซุกไปซ่อนอยู่ในโอ่งในไหก็เอาหมด ทั้งสามท่านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเราโชคดีที่เกิดเป็นคนไทย แล้วพวกเรารู้สึกโชคดีกันบ้างหรือไม่ ?

อยู่บ้านเราทุกข์ยากขนาดไหนก็ยังพอไปได้ แต่อยู่บ้านเขาทุกข์ยากนี่หาทางออกไม่ได้ เขาก็พยายามดิ้นรนสู้กันไป โดยเฉพาะว่าที่อาตมาเขียนลงหนังสือ อ่านแล้วคิดบ้างไหม ว่าทำไมคนพม่าจึงต้องกินข้าวสองมื้อ เพราะเขาไม่มีจะกิน เขากินมื้อสาย ๆ สิบโมงถึงสิบเอ็ดโมง แล้วไปกินอีกทีตอนเย็น

คนเราพอสบายแล้ว กำลังใจในการต่อสู้ฟันฝ่าจะลดน้อย พระที่ออกธุดงค์ก็เพื่อให้เคยชินกับความยากลำบาก ถ้าหากว่าความลำบากทางกายสามารถทนได้ ความลำบากทางใจก็ไม่เท่าไร เพราะว่ากายกับใจเกือบจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน"





    

A very first draft of note taking during the presentation  - by montra

 


 

 


Phra Jared Kai<?xml:namespace prefix = o />:  I was born in a year the Khmer rule (the country) started. 1.5 millions have been killed. Growing up in <?xml:namespace prefix = st1 />Cambodia is very painful. War after war and killing. All kinds of people have suffering, especially children. We can’t go to the school. I was born in a very poor family. The chance to study is very limited. I managed to go to school with a small amount of money until I graduated high school. In 1999, I went to the site 2 camp (refugee camp) and studied English free of charge. United Nations supported the camp including the provision of school and the hospital. Time is too short because I have only 2 years of study, normal education and English language study.


 


English language study gave me a lot of benefit. Being able to speaking English I can go to anywhere in the world and easy to get the information. Learning local language is also important to get to know other people.


 


Leadership is very important to the development of the country. In Cambodia, the change การเปลี่ยนแปลง of leader brings นำมาซึ่ง war สงคราม, poverty ความยากจน and other difficulties. ความยากลำบา Difference = ความแตกต่าง Engagement = การร่วมสังฆกรรม = participation.


 


The difference between Theravada & Mahayana is the engagement. We have a lot of monks but the majority of them are not very active in social engagement. Majority = ส่วนใหญ่    active = กระตือรือร้น ว่องไว social engagement = การมีส่วนร่วมทางสังคม  Enthusiastic


 


There are environmental pollution both in Thailand and Cambodia. I understand why people are destroying the natural resources. They are poor. No other ways to earn their living except cutting the trees. They need environmental education. In Thailand has every law to control the usage of environmental resources. In Cambodia we are developing the law. Anybody can do anything. The poor gets poorer and the rich get richer.


 


Q&A In Thai Monk we built the hospital and school. We have the study room in every province.


 


How do you feel about your Prime Minister?


I feel sad about when you belong to one country. You are treated very badly and nobody cares about you. When you go to other country, people also treat me bad. A result of a bad leader.


 


How do you feel/think about Thailand?


It’s okay. It’s wrong to look at people instantly. I think everybody needs a chance. If we get the same chance, we’ll be a good person.


 


How about the Theravada in Cambodia?


Almost the same.


 


How many monks in Cambodia?


500,000 Cambodians.


50,000 – fifty thousands


We collect alms around 9 o’clock.


 


What language do you use when chanting?


Almost the same “Pali” บาลี


 


Vocabulary


 


Benefit - ประโยชน์


Learn around the world - เรียนรู้รอบโลก


Communication – สื่อสาร  ICT – Information and Communication Technology


Study about people – ศึกษาเกี่ยวกับผู้คน


Local language – ภาษาพื้นบ้าน ภาษาถิ่น


Leadership (good & bad) – ภาวะผู้นำ


Suffering – ทุกข์  happy, enjoy, funny


Poor family – ครอบครัวที่ยากจน


Left home – ทอดทิ้งบ้าน


Site 2 Camp


Refugee – ผู้อพยพ      พเนจร wonderer   migrant ผู้อพยพ


Schools -


United Nations – องค์การสหประชาชาติ


Is it difficult to study? – ยาก


Social problem – ปัญหาทางด้านสังคม


Suggestion - คำแนะนำ


Productive people -


Theravada & Mahayana


Hospital - โรงพยาบาล


Active (Mahayana) - กระตือรือร้น


Culture – วัฒนธรรม


Social development – การพัฒนาสังคม


Environmental pollution - มลภาวะทางด้านสิ่งแวดล้อม


Concession – สัมปทาน


Treat badly – ถูกกระทำ ปฏิบัติไม่ดีต่อผู้อื่น


You’re lucky – คุณเป็นผู้โชคดี 


Honor - เกียรติ


Friendly - เป็นมิตร


Question - คำถาม


How do you feel about the leadership in your country?


Look down upon - ดูถูก


Chance – โอกาส   change - เปลี่ยน


Alms round


 


 


Phra Mungala Priya, Bangladesh


 


I am going to share the history, education, law & rules. I was born in Bangladesh and grow up in Sri Lanka more than 10 years. The Samadhi Kingdom rules by Phrachao Achat Sattru. It changed into Muslim Islamic country. The King Dhamma Pala did not interest in Buddhism for he also married the Muslim wife. The growing of Muslim, many Buddhist people have been killed and left their homes to live in Jittakong in the forest. At the present time, 0.07% population are the Buddhism (160,000,000 population).


 


Barua still follow the Buddhist tradition. They live their lives like Buddhist and face a lot of problem with Muslim. We can not do anything freely. We are the minority people, no freedom. Buddhists are separated from district to district, Bhamin, Hindo & communist. Still the Barua is strong. They try to defeat us, trying to throw us in every aspect. The volunteer organizations have been established to help people but failed due to the government. We try to forgive and forget. Most Buddhist places have been ruined. In Jittagong, a well known place for Buddhists. You are welcome to my country.


 


Jittagong is the second capital city of Bangladesh, towards the western side of India.



Sri Langka


I went to Sri Langka and studied there. I visited most of the religious places. Some construction was developed for tourism. Last there was problem with Tamin. If you go and experience yourself you will understand more.


 


The role of the monk


Leadership in Srilanka is most powerful. Monks dominate everything, give advice to the President. Buddhism in Sri Lanka is stronger than Islam. In Bangladesh, we are control by Islamic people but still we are strong.


 


Anywhere the monk live is the place where the leader lives. The monk can control the society. We are strong because the monk leads the important role. I call all of you to support each other so that we could have a better society, better environment for us to live and survive. There will be no social problem.


 


Thailand is doing lots of service to the society. It’s wonderful. I admire. 2 years that I have been in Thailand.


 


We are the leader for any societies for better environment.


 


I live in Wat Sudhi if I could help.


 


Questions and answers


In a team of Sangharaj, do you have a team to develop the law?


In Bangladesh, there is only 1 layman. In Sri Lanka, there are monks in the Parliament.


 


Which countries among 3: Sri Lanka, Bangladesh and Thailand you choose to live in the future?


I don’t want to live in Bangladesh. I love Thailand for sure and also live in Sri Lanka for a long time.


 


Vocabulary


 


Advanced Education


Buddhist County


Islam (religion)


Muslim (people)


Ignorant


Forgive and forget


Ruined places


Religious places


 


 


Phra Kuvera


 


My name means I have no enemy. I was born in Dawai race. I studied in Rangoon, Myanmar. Our country is the Buddhist country. There are 500,000 monks. Some monks studies Pariyat & practice meditation. The monks woke up in the morning (4 am) and sleeping during the day (after lunch time for 1 hour).


 


To study in university, there is no need for money. Some monks practice the meditation, although not enough food. I eat rotten food for four years. I study here I learn a lot than in Myanmar in Buddhist teaching.


 


Vocabulary


 


Tapitaka


 


1.      Suttanta Pitaka


2.      Vinaya Pitaka


3.      Abhidhamma Pitaka


 


 


Levels of Education


-          Elementary/Primary


-          Intermediate


-          Advance


 


Free education for monks


 

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Allowed HTML tags: <a> <em> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd><img><p><br>
  • Lines and paragraphs break automatically.

More information about formatting options