ทองผาภูมิ เหตุแห่งความบังเอิญ

Printer-friendly version

เมื่อลมหนาวพัดมาอีกครั้ง การเดินทางสู่เมืองแห่งขุนเขาก็เริ่มต้นขึ้น



ด้วยเหตุแห่งความบังเอิญ ฤาสืบเนื่องกันมา


มันเป็นวาระที่วันหยุดยาวๆ มาถึงพร้อมกับลมหนาวปลายปี ผู้คนต่างพร้อมใจกันออกเดินทางเพื่อไปแสวงหาสายลมหนาวที่นับวันยิ่งดูจะหายากขึ้นไปทุกที ความตั้งใจในวันนี้ก็เพียงเพื่อไปหาที่ทานข้าวกลางขุนเขาในระยะทางที่ไม่ไกล้ไม่ไกลนัก ก็อีกฝ่ายเขาเพิ่งจะกลับมาจากต่างประเทศ และกำลังจะเดินทางไปอีกประเทศหนึ่งต่อในอาทิตย์หน้า จะให้เที่ยวปุเลงปุเลงไปไกลๆ ก็เกรงใจ ผลที่สุดจากทุ่งแสลงหลวงที่เมืองสองแคว พิษณุโลก ก็เลยต้องเปลี่ยนมาเป็นกาญจนบุรีแทน


การเดินทางเริ่มต้นที่สิบโมงเช้าแบบไร้จุดหมายเช่นเคย บนถนนเพชรเกษมมุ่งสู่นครปฐม เพื่อไปเลี้ยวเข้าเมืองกาญจน์นั้นรถราติดอยู่พอสมควร ทำให้ต้องพึ่งติ่มซำที่ปั๊มไปพลางๆ ระหว่างทางนึกขึ้นมาได้ว่ามีพระนิสิตที่เคยได้ถวายความรู้อยู่สองรูป ในวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการจัดการ ระดับปริญญาโท ของคณะรัฐศาสตร์ที่ มจร. ณ วัดไร่ขิง ท่านอยู่ที่ทองผาภูมิ รูปหนึ่งท่านเป็นเจ้าอาวาสและพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียง มีลูกศิษย์ลูกหาอยู่ทั่วประเทศ ดูแลวัดแถวทองผาภูมิไม่น้อยกว่า 5 วัด สมัยเรียนท่านมักจะนั่งแถวหน้าสุดและมีความตั้งใจเรียนสูงมาก สมควรนำมาเป็นเยี่ยงอย่าง ท่านชื่อ พระครูธรรมธรเล็ก สุธมฺมปญฺโญ หรือพระอาจารย์เล็ก อีกรูปท่านเป็นพระลูกวัด พระกวาง ท่านจบจากเอแบคทางด้านการบัญชีแล้วไปเรียนต่อที่ออสเตรเลียอยู่หลายปี กระทั่งได้เข้ามาอยู่ในร่มกาสาวพักตร์ร่วม 5 ปีแล้ว เวลาเรียนท่านจะมาช่วยดูแลจัดการเรื่องอุปกรณ์และช่วยเป็นล่ามกิตติมศักดิ์แปลการบรรยายให้เพื่อนๆ ในห้องได้ฟังกัน


ได้สืบทราบมาว่าที่วัดของท่านนั้นมีลักษณะทางธรณีวิทยาและนิเวศวิทยาที่น่าสนใจ อีกทั้งยังมีบ่อน้ำพุร้อนและอยู่ในพื้นที่ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรที่อุดมสมบูรณ์ เมื่อเทอมที่ผ่านมาจึงอยากจะพาพระนิสิตจากต่างชาติที่เรียนในวิชาพระพุทธศาสนาและนิเวศวิทยาไปสำรวจพื้นที่ แต่ด้วยมิอาจไปเช้าเย็นกลับได้เพราะระยะทางนั้นไกลอยู่มาก ทำให้ต้องเปลี่ยนสถานที่ไปเป็นสระบุรีแทน


วันนี้พอมีเวลา ก็นึกถึงความคิดเก่าๆ ที่อยากจะไปสำรวจพื้นที่ป่าที่นั่น ก่อนถึงตัวเมืองกาญจน์จึงตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาท่าน ปรากฎว่าท่านเพิ่งเดินทางกลับจากการไปกราบครูบาอาจารย์ร่วมสองอาทิตย์ที่เชียงใหม่และภูเก็ตพอดี และกำลังรอรถเพื่อเดินทางกลับวัดอยู่ที่สถานีขนส่ง นับเป็นความบังเอิญอันเหลือเชื่อ ก็เลยอาสาพาท่านไปส่งที่สำนักสงฆ์เกาะพระฤาษี ทองผาภูมิเพื่อสำรวจพื้นที่ที่นั่นด้วยเลย


ได้ทราบว่า ท่านนั้นยังไม่ได้ฉันเพลเพราะนั่งรถโยมมาจากกรุงเทพตั้งแต่เช้า ครั้นจะขอให้โยมแวะก็ดูจะไม่เหมาะ โยมก็คงไม่ชินกับวัตรปฏิบัติของพระทำให้ลืมนึกถึงข้อนี้ไป ก็เลยแวะซื้อนำปานะและนมถวายท่าน พอได้รองท้อง


ท่านได้เอื้อเฟื้อดูแลแนะนำต้อนรับในฐานะเจ้าบ้านและยังเป็นมัคคุเทศก์กิติมศักดิ์ด้วยความเต็มใจยิ่ง แบบไม่ให้อีกฝ่ายได้ทันรู้ตัว เพราะไม่คิดว่าท่านจะนำเที่ยวไปด้วย เคยเห็นแต่ไกด์ฆราวาส พอมาได้พบไกด์พระก็ประจักษ์ว่า ฝีไม้ลายมือของพระท่านไม่น้อยทีเดียว สารคดีที่ใช้บรรยายในระหว่างการท่องเที่ยวจึงสลับกับชาดกต่างๆ ได้ทั้งธรรมะและได้ทั้งความรู้แบบท่วมท้นมากมาย 


ร่วมเดินทางกับมัคคุเทศก์พระ - ครั้งหนึ่งในชีวิต


เมื่อออกเดินทางจากขนส่ง ท่านเปิดวาระแห่งการท่องเที่ยวด้วยการอาสาพาคณะเที่ยวชมตัวเมืองกาญจน์ ที่พิเศษกว่านั้นการนำชมด้วยความภาคภูมิใจ แม้มิได้เป็น "บ้านเกิด" แต่กาญจน์ก็เป็นดั่ง "เมืองนอน" ที่อยู่มานานเกือบห้าปี คิดว่ามัคคุเทศก์พระท่านจะพาไปที่ไหนบ้างหน่ะหรือ


สถานที่แรกท่านพาไปชมเสาหลักเมืองที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับขนส่ง พร้อมกับแนะนำว่า เทวดาที่นี่ศักดิ์สิทธิ์มาก ก็บอกแล้วว่ามีพระเป็นผู้นำทาง...ดีเหมือนกันเพราะไปเมืองกาญจน์มาก็หลายครั้งเพิ่งจะได้มีโอกาสมากราบไหว้หลักเมืองก็วันนี้เอง


ตรงมาตามทางก็จะมาถึงแพริมน้ำที่มีร้านอาหารไว้บริการมากมาย แต่ที่มากกว่านั้นคือ เรือแพ ที่รอรับผู้โดยสาร ทราบมาว่า มีทั้งอาหาร คาราโอเกะ และหมอนวดแผนไทยไว้บริการ เดินทางไปกลับก็ราวๆ 3 ชั่วโมง ฝั่งตรงข้ามมีสวนสาธารณะที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เลยมาหน่อยเป็นร้านอาหารที่ราคาไม่แพงแต่รดชาดดีมาก จากแพริมน้ำก็กลับมาสู่เส้นทางหลักมุ่งสู่ทองผาภูมิ


 


จากตัวเมืองมาถึงแยกแก่งเสี้ยนแล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางขึ้นลงเขาที่ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไปโดยไม่รู้ตัวกระทั่งหูทั้งสองข้ามเริ่มเกิดอาการอื้ออึง ก็ทองผาภูมินั้นอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 600 เมตร อากาศภายนอกเริ่มเย็นขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงไทรโยคน้อย ท่านแนะนำให้ญาติโยมทานข้าวเที่ยงร้านอาหาร "ภูพญา" ซึ่งอยู่ทางด้านขวามือ ตรงข้ามกับเขาที่มีสัณฐานคล้ายพระนอน



บรรยากาศด้านหน้าของร้าน กับเมนูรสเด็ดต่างๆ ทั้งโรตึแกงเขียวหวาน หรือ ไตรประตั๊ว กะโอ๊บ


ร้านมีบรรยากาศสมกับอยู่กลางป่าเขา ใครได้ไปแล้วเป็นต้องกลับไปอีก มองไปไกลๆ เห็นคณะทัวร์วีไอพีต่างชาติมาแวะด้วย บริกรของที่นี่เป็นผู้ชายทั้งนั้น ดูแข็งขัน และเอาใจใส่ในการให้บริการลูกค้า อาหารขึ้นชื่อต้องเป็นโรตีแกงเขียวหวาน ที่แป้งนุ่มๆ ทอดกรอบและหอมกรุ่น เป็นรสชาดที่แม้แต่เชอร์ราตันก็ยังเทียบไม่ได้ เนื่องจากพระท่านรออยู่ที่ชายป่าด้านหลังที่มีสัตว์แปลก ๆ ไว้ให้ชมกัน พร้อมทั้งบริกรรมคาถาและเดินจงกรมไปพลางๆ ทำให้มิอาจสั่งอาหารได้มากนัก มื้อนั้นเลยมีโรตีแกงเขียวหวานที่แบ่งกินกับข้าวเท่านั้น ได้แค่ครึ่งท้องก็พอแล้ว ตามด้วยช๊อคโกแลตและเค๊กเนื้อนุ่ม ที่สั่งอีกชุดไปถวายท่านไว้ฉันเป็นมื้อเช้าสำหรับวันพรุ่งนี้ รวมราคาแค่สองร้อยกว่าบาทเอง เห็นแล้วแทบไม่เชื่อสายตาว่าจะถูกขนาดนั้น


ถัดจากภูพญามาไม่ไกลก็มาถึงร้านผักหวานที่เลื่องชื่อ คนข้างๆ เขาแวะมากินหลายครั้งแล้ว ตั้งใจไว้ว่าขากลับจะลองไปชิมฝีมือเสียหน่อย


ถนนสายนี้เป็นถนนใหญ่ รถราไม่ถึงกับแน่นแต่ขับกันเร็วมาก ส่วนใหญ่เป็นโฟร์วีลที่มุ่งเดินทางไปป่าที่ทองผาภูมิ บางครั้งช่วงจังหวะที่ฝั่งตรงข้ามเกิดวิ่งแซงกันขึ้นมา ทำให้ต้องคอยหลบเข้าข้างทางให้ดี


ตรงไทรโยคน้อยมีร้านไส้อั่วคุณนงเยาว์ที่เคยมากินเมื่อสมัยเรียนจบใหม่ๆ จากเพิงมุงจากตอนนี้กลายเป็นตึกใหญ่โต แถมยังขยายสาขาไปตั้งตรงร้านค้าเป็นแผงๆ ที่หน้าน้ำตกด้วย เนื่องจากเคยเห็นฝีมือกันมาแล้ว ก็ยอมรับในความอร่อยโดยไม่ต้องแวะชิม


จากไทรโยคน้อยก็มาถึงไทรโยคใหญ่และดงแตงเมลอนของเฮียไต๋ที่มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้หวานฉ่ำ


รับสัมผัสความร่มเย็นของวัดป่าสุนันทวนาราม


พระนิสิตท่านแนะนำให้เข้าไปเยี่ยมชมวัดป่าของหลวงพ่อมิตซูโอะ คเวสโก (วัดป่าสุนันทวนาราม) เพราะเป็นวัดที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 90  หลวงพ่อท่านเป็นพระสายหลวงพ่อชา สุภัทโท ที่นี่เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมมีทั้งคนไทยและคนต่างประเทศเดินทางมาปฏิบัติธรรม ที่น่าสนใจคือการแบ่งแยกเขตพระสงฆ์ ฆราวาส หญิงชายออกจากกัน ทำให้ดูปลอดภัยและเป็นสัดเป็นส่วน บรรยากาศภายในวัดร่มรื่น เพราะอยู่กลางหุบเขาล้อมรอบด้วยภูเขาสูงชนิดต้องแหงนคอตั้งบ่ามอง พระมัคคุเทศน์ท่านบอกว่า ข้ามเขาไปก็เป็นพม่าแล้ว


ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่า ตามต้นไม้มีไลเค้นแผ่นเบ้อเริ่มเกาะอยู่แทบจะทุกต้น แม้กระทั่งที่จานดาวเทียมที่หมู่บ้านหน้าวัด แสดงว่าที่นี่ต้องชื้นมากทีเดียว ความชื้นและราเป็นปัญหาสำคัญกับเรื่องเสื้อผ้าอาภรณ์ เพราะถ้าทิ้งไว้ในตู้ไม่เกินเจ็ดวัน จะมีรามาเกาะ จนใส่ไม่ได้ ต้องนำไปซักกันใหม่ทั้งตู้ทีเดียว


วัดนี้มีสถาปัตยกรรมที่ผสานความเป็นญี่ปุ่นเข้ากับสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นไว้อย่างลงตัว 


 


เจดีย์-02


ที่มา: http://www.watsunan.org/node/68 


วัดยังเปิดโอกาสให้โรงเรียนหรือคณะต่างๆ เข้ามาใช้ที่เพื่อทำกิจกรรมสร้างสรรค์ได้ด้วย ตอนไปชมโบสถ์นั้นกำลังมีพิธีบวชพระใหม่อยู่พอดี หลวงพ่อมิตซูโอะเขียนหนังสือไว้มากมาย โดยใช้ภาษาที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย ทำให้เข้าถึงได้ง่าย เงินรายได้จะนำไปใช้ในการพัฒนาวัดต่อไป


เลยจากวัดหลวงพ่อมิตซูโอะมาอีกซัก 20 กิโลเมตร จะเห็นแบมบูฮัท รีสอร์ทที่มีชื่อเสียงอยู่ทางขวามือ เลี้ยวเข้าไปเป็นสำนักสงฆ์เกาะพระฤาษี ที่พระกวางท่านพำนักอยู่ วันนี้เลยเหมือนได้มาเยี่ยมบ้านนักเรียน


สำนักสงฆ์เกาะพระฤาษี - กิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน


นักเรียนที่ว่านี้คือพระนิสิตที่มีอายุมากกว่าอาจารย์เสียอีก (ท่านแก่กว่า 1 ปี) ท่านพำนักอยู่ที่สำนักสงฆ์ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปจากปากทางร่วม 10 กิโลเมตร สภาพถนนทางเข้ายังขรุขระอยู่หลายจุด เพราะเดิมใช้เป็นเส้นทางลำเลียงแร่จากเหมืองแร่ที่อยู่ด้านใน แม้เหมืองจะปิดตัวลงแล้ว แต่ความชำรุดทรุดโทรม ก็ยังคงเห็นตลอดเส้นทาง รถเล็กขับเร็วนักไม่ได้ แต่ถ้าเป็นโฟร์วิลหรือรถบรรทุกหล่ะก็ วิ่งกันฝุ่นตลบ 


ได้มาเยือนสำนักสงฆ์ที่ท่านจำวัดอยู่แล้วก็นึกใจหาย เพราะท่านต้องเดินทางไปเรียนที่ มจร.วัดไร่ขิงในวันจันทร์ถึงวันพุธ หลายครั้งที่ท่านต้องจำวัดที่ห้องเรียนนั้นเหตุเพราะอยู่ไกล ครั้งที่มีเหตุให้ต้องกลับวัด ท่านได้เคยขอร้องอาจารย์อย่าปล่อยให้ดึกนัก เพราะไปถึงวัดจะดึกมาก บางครั้งเกือบสองยาม พอมาเห็นด้วยตาอย่างนี้แล้วยิ่งใจหายไปกันใหญ่ 


เรียนถามท่านกวางทำให้ทราบว่า ถ้าวันไหนเลิกเรียนดึก และกลับมากับท่านเจ้าอาวาส (พระอาจารย์เล็ก) ที่อยู่วัดท่าขนุนห่างออกไปอีกกว่า 20 กิโลเมตร ท่านกวางต้องพักค้างที่เมืองกาญจน์ วันรุ่งขึ้นจึงจะหารถตู้ต่อมาที่ปากทางเข้าวัด แล้วค่อยต่อมอเตอร์ไซด์เข้ามาอีก 60 บาท


สำนักสงฆ์เกาะพระฤาษีอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาพระฤาษี ลักษณะทางธรณีวิทยานั้นมีความพิเศษเฉพาะ เพราะเป็นเกาะเล็กๆ เนื้อที่ขนาด 2 ไร่โดยประมาณ ล้อมรอบด้วยน้ำตกจากป่าต้นน้ำที่ใสเย็น กระทั่งเห็นใบไม้ที่อยู่ด้านล่าง ลดหลั่นเป็นชั้นๆ ฟังแล้วเหมือนเสียงดนตรี ฝั่งตรงข้ามยังเป็นป่าสมบูรณ์ของทุ่งใหญ่นเรศวร ทำให้เสียงน้ำตกคลอล้อไปกับเสียงนกร้องและแมลงนานาชนิด งดงามในตัวเองเนื่องจากมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีกระทั่งหนอนเรืองแสง เห็ดป่า และงู ทุกปีจะมีทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เข้ามาทำการศึกษาเรื่องเห็ด แม้งูที่นี่จะชุกชุม แต่น่าแปลกที่ไม่ปรากฏว่า เคยมีงูมาทำร้ายผู้ที่มาปฏิบัติธรรมเลย




ที่นี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ จุดที่มีสัญญาณนั้นเลยมาอีกไกล ดังนั้นถ้าจะติดต่อต้องส่งเป็นข้อความทิ้งไว้ 


บนเกาะพระฤาษีมีกุฎิเรือนไทยต้องอยู่เรียงราย ไว้ให้ผู้เดินทางมาปฏิบัติธรรม พร้อมห้องสุขาและห้องอาบน้ำไว้บริการอย่างสะดวกสบาย มีบางท่านไม่รู้หลงเข้ามาถามด้วยนึกว่าเป็นรีสอร์ทไว้บริการนักท่องเที่ยว


เพลินตาเพลินใจกับความงามของธรรมชาติอยู่พักใหญ่ก็เดินทางต่อไปยังวัดท่าขนุน ทองผาภูมิ



ที่มา: http://www.sptcenter.org


 


วัดท่าขนุนและการชื่นชมบรรยากาศยามเย็นของทองผาภูมิ


วัดท่าขนุนเป็นวัดใหญ่ มีเจดีย์ทองตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา มองเห็นเด่นชัดมาแต่ไกล บรรยากาศที่สดชื่นเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชะอุ่ม และการรักษาความสะอาดของวัดทำให้จิตใจแจ่มในเบิกบาน



 DSC 263


ที่มา: http://board.palungjit.com/member-nong_mook-albums-วัดท่าขนุน-picture54617-ภาพ037.html


ที่กลางวัดเห็นมีเรือสปีดโบ๊ทตั้งอยู่ ด้วยความสงสัยจึงได้เรียนถามพระมัคคุเทศก์ ท่านไม่ตอบแต่ได้นำมายังด้านหลังวัด กระทั่งมายืนตะลึงเมื่อเหลือบเห็นแม่น้ำแควน้อย สายน้ำใหญ่ที่ไหลเชี่ยวกราก สีน้ำเขียวปั๊ดนั้นแสดงถึงความลึกอย่างมิอาจประมาณได้ รายรอบด้วยป่าเขาลำเนาไพร ความสงบในใจพลันบังเกิดขึ้น แลเห็นความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติปรากฎ ณ ตรงหน้า
 



 


วัดได้สร้างสะพานเชือกให้เดินข้ามไปได้ พระท่านอาศัยเส้นทางนี้ไว้เดินไปบิณฑบาตที่ตลาดเมืองทองผาภูมิที่อยู่ฝั่งตรงข้าม


ก่อนกลับได้ไปกราบสรีระที่ไม่เน่าเปื่อยของหลวงปู่สาย เจ้าอาวาสองค์ก่อนที่ปิดทองไว้อย่างดี รวมทั้งกราบพระประธานในโบสถ์ แล้วจึงเลยมาชมตลาดยามค่ำ เพิ่งเห็นว่าทองผาภูมินั้นยิ่งใหญ่เพียงไหน ดูจากบ้านเมืองที่ตั้งเรียงรายยาวไปตามลำน้ำแควน้อย มีร้านอาหารอยู่ริมน้ำชื่อแปดริ้ว ข่าวว่าอร่อยหนักหนา ปลาคงจะตัวใหญ่ขนาดบั้งได้มากถึงแปดริ้วกระมัง


สาวๆ ที่นี่ส่วนใหญ่เป็นลูกผสมเพราะอยู่ติดกับพม่า ผิวจึงขาว หน้าตาจิ้มลิ้ม


พระนิสิตท่านเล่าว่า เมื่อท่านรวบรวมเงินได้ ก็จะมาซื้อปลาที่ตลาดสดที่นี่ แล้วนำไปปล่อยที่สวนสาธารณะริมแม่น้ำแควน้อยที่อยู่ติดกัน เป็นกิจกรรมที่สร้างสุขทางใจอย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่งคือการได้ไปบ่อน้ำพุร้อน แต่ต้องไปตอนสามทุ่มไปแล้ว เพราะในช่วงกลางวันนั้นมีญาติโยมโดยเฉพาะชาวต่างชาติมาใช้กันเยอะ


เย็นนั้นเลยได้นมร้อนๆ สองถุงและน้ำปานะหลายกล่องถวายท่าน พร้อมกับร่วมถวายขนมปัง น้ำพริกเผาและอาหารแห้งอื่นๆ เนื่องในวันพ่อในวันรุ่งขึ้นเสียเลย


ออกจากทองผาภูมิเมื่อตอนทุ่มกว่าๆ รถกรุงเทพหลายคันวิ่งกลับมาจากสังขละฯ หลังจากชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่นั่น ทำให้การเดินทางในขากลับไม่เงียบเหงาอย่างที่คิด ถึงร้านผักหวานตอนสองทุ่มกว่าๆ ปรากฎว่าร้านปิดแล้ว เลยต้องหิ้วท้องรอมาถึงตลาดโต้รุ่งที่บขส.ในเมือง ได้ผัดหอยลาย ต้มจืดเต้าหู้อ่อนและผักผักคะน้าช่วยชีวิตไว้


...มาถึงกรุงเทพก็สองยามพอดี


ท่านผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุแห่งความบังเอิญ


ช่างเป็นเหตุแห่งความบังเอิญ ที่สร้างเรื่องราวเหนือความคาดหมายขึ้นมามากมายให้จดจำ เปลี่ยนจากแอดเวนเจอร์ทัวมาเป็นทัวร์บุญได้อย่างเหลือเชื่อ ขอถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณพระกวาง แห่งสำนักสงฆ์เกาะพระฤาษีมา ณ ที่นี้ ที่ท่านช่วยดูแลคณะลูกทัวร์ พร้อมทั้งแนะนำด้วยความกระตือรือล้น และให้ข้อมูลความรู้ด้วยความตั้งใจยิ่ง ยังนึกไม่ออกว่าเคยเห็นมัคคุเทศก์ท่านใดที่ตั้งใจให้ความรู้ได้เท่าท่านเลย ทำให้ทริปสู่ทองผาภูมิที่มีพระเป็นมัคคุเทศก์ เป็นทริปที่สนุกและประทับใจค่ะ


กราบขอบพระคุณมาอย่างสูงค่ะท่าน สาธุ


 

น่าไปครับ

น่าไปครับ ทริปนี่น่าจะสนุกดีตามแบบพระๆ 

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Allowed HTML tags: <a> <em> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd><img><p><br>
  • Lines and paragraphs break automatically.

More information about formatting options