ชีวิตนี้เพื่อเธอคนเดียว

Printer-friendly version

ผมมาอยุธยา ด้วยความรู้สึกแปลก ๆ แม้จะเป็นบ้านเกิดของพ่อและแม่ของผมเอง หากแต่ก็ไม่เคยได้ย่างกรายมาเหยียบที่นี่เลยสักครั้ง เพราะต่างจังหวัดสำหรับผมแล้วต้องเป็นพัทยา ไม่ก็เขาใหญ่ สัตหีบ แหล่งบันเทิงยามราตรีสำหรับพวกขี้เมาทั้งเมานครบาล เมาภูธร เมาสัญจรอย่างผม ครั้งที่หนัก ๆ หน่อย ก็เมาแล้วไม่ขับแต่จับรถทัวร์ไปต่างจังหวัดไกล ๆ แทน

ชีวิตผมไม่เคยอยู่นิ่ง มันมักสอดส่ายไปมาบางครั้งก็ช้า บางครั้งก็เร็ว ตามจังหวะและลีลาประสาหนุ่มโสดที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย หลายคนบอกว่าผมเป็นคนเก่ง แม้เป็นคำชมที่ออกจะเกินจริงไปสักหน่อยแต่ก็ไม่เคยมีอะไรที่ผมทำไม่ได้ ความสำเร็จของผมมันเริ่มตั้งแต่สมัยที่เด็กผู้ชายของเมืองไทยยังติดหนัง เรื่องแบทแมนภาคแรกที่ช่อง 3 นำมาออกอากาศในตอนเย็น สมัยนั้นผมทุ่มเทกับเรียนเสียจนฝาบ้านเต็มไปด้วยถ้วยรางวัลและประกาศนียบัตร ต่าง ๆ ผมรู้ว่าพ่อภูมิใจกับมันมากทีเดียว เมื่อความเก่งบวกกับเก๋า มันทำให้ผมกลายเป็นผู้นำของรุ่นเมื่อถึงวัยที่เสียงแตกหนุ่ม บทบาทผู้นำของผมเริ่มต้นจากการแนะนำให้เพื่อน ๆ รู้จักกับกีตาร์อันถือเป็นอาภรณ์สำคัญของลูกผู้ชายในสมัยนั้น เมื่อกีตาร์ได้มาเจอกับเพื่อน บุหรี่ เหล้า การเที่ยวเตร่และเรื่องคะนองต่าง ๆ ก็เกิดขึ้นตามมา คืนฝันในวันก่อนของผมจึงเต็มไปด้วยเรื่องตื่นเต้นและเร้าใจมากมาย

มันมาจบเห่เอาตอนที่ผมได้รับซองขาวจากผู้อำนวยการโรงเรียน ก็ด้วยผลงานที่เพียรสร้างตลอดช่วง 2 ปีที่เรียนในระดับชั้นเตรียมอุดมศึกษา ผมได้มันมาจากโรงเรียนชายล้วนที่ถือว่ามีชื่อที่สุดของประเทศซะด้วย โรงเรียนที่คนรวยเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์เดินเข้าไปเหยียบได้ โรงเรียนที่พ่อกับแม่เที่ยวเอาไปคุยอวดใครต่อใครว่าลูกชายคนโตเรียนอยู่ที่ นี่ ชีวิตที่หรูเลิศของผมเหมือนจะจบลงแค่นั้นพร้อมกับความผิดหวังครั้งแรกของแม่ แต่คนอย่างผมไม่เคยจนมุม ผมสอบเทียบผ่านและกำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ผมรู้ว่า...แล้วผมจะทำมันได้!

และผมก็ทำมันได้จริง ๆ โดยสามารถสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของประเทศ ในคณะที่เป็นที่ใฝ่ฝันของหลายคน พอรู้ข่าวว่าลูกชายสอบติด แม่ถึงกับออกมารำรับขวัญที่หน้าประตูบ้านสีหน้าเอิบอาบไปด้วยความสุข ส่วนพ่อนั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะเป็นคนเงียบ ๆ มาแต่ไหนแต่ไร แต่ภายใต้ความเงียบกลับมีความเข้าใจให้แก่ผมเสมอมา ด้วยเหตุนี้กระมังผมจึงสนิทกับพ่อมาก ดูเหมือนพ่อและแม่จะเป็นทุกอย่างสำหรับผม แต่กระนั้นผมก็ไม่มีเวลาให้กับครอบครัวมากนัก เพราะมันมักจะหมดไปกับบรรดาผองเพื่อนที่ดูจะหนาหูหนาตาขึ้นทุกที

ค่ำคืนที่เคว้งคว้างจบลงแล้วพร้อมกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ผมหันมานุ่งกางเกงสแลคอย่างดี สวมเสื้อเชิ้ตขาวพร้อมกับผูกเน็คไทของมหาวิทยาลัยขณะที่เพื่อนรุ่นเดียวกัน ยังต้องนุ่งกางเกงขาสั้นถือกระเป๋านักเรียนวิ่งเตะบอลอยู่ วันใหม่ของผมเริ่มต้นด้วยความหวังและความฝัน มันช่างงดงามไม่ต่างอะไรกับวันนี้ ที่ผมได้มานั่งมองดูแสงอรุณรุ่งทาทาบขอบฟ้าที่อยุธยา สัญญาณแห่งการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ต่างกันก็ตรงที่วันนั้นความหวังของผมมันช่างร้อนแรงและแข็งกร้าวราวพยัคฆ์ หนุ่ม ผมหวังว่าผมจะกู้หน้าวงศ์ตระกูลด้วยการคว้าเกียรตินิยมมาครองให้ได้ และผมก็ฝันที่จะทำงานในบริษัทดี ๆ ที่ไหนซักแห่ง เรียนรู้สายสนกลในทั้งหมด จากนั้นแล้วผมจะตั้งบริษัทของตัวเอง เพื่อที่วันหนึ่งมันอาจจะเดินเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ก็ได้ ใครจะรู้ แต่ฝันของผมในวันนี้กลับตรงกันข้าม มันเรียบง่ายจนนึกไม่ถึง ผมแค่ต้องการหาความสงบและเรียนรู้พระธรรม ที่จะเป็นเสาหลักสำคัญของชีวิตที่เรรวนซวนเซของผมต่อไป

 

ผม มีเวลาอีกนิดหน่อยที่จะนั่งนึกถึงวันคืนเก่า ๆ ที่ผ่านมาก่อนพิธีการโกนหัวจะเริ่มขึ้น ผมนึกถึงชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยที่ได้ให้อิสระมากมาย การมีเวลาว่างที่เยอะขึ้นทำให้ผมมีเพื่อนใหม่ทั้งที่เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน เพื่อนรุ่นน้องและเพื่อนรุ่นพี่เพิ่มขึ้น แล้วมหาวิทยาลัยที่ผมเรียนนั้นก็มีระบบรุ่นพี่รุ่นน้องที่แรงซะด้วย มันเข้มและแรงเหมือนการรับน้องที่หล่อหลอมพวกเราให้เป็นหนึ่งเดียว แถมยังแนบแน่นเมื่อได้มาเจอกับเพื่อนรู้ใจไฮโซที่ชอบอะไรเหมือน ๆ กัน ทั้งกินเหล้า เล่นการพนันและท่องไปในราตรียังโลกแห่งแสงสีและความสุนทรีย์หลากหลายรูปแบบ ผมเริ่มชอบชีวิตเด็กมหาลัยแล้วซิ

ถ้าจะพูดให้ถูก ต้องบอกว่าผมติดมันงอมแงมเลยทีเดียว ผมติดเพื่อน ผมติดเที่ยว ผมติดการพนัน ผมติดเหล้า ผมหันมากินเหล้าแบบไม่ลืมหูลืมตา ไม่เว้นแม้ก่อนจะเข้าเรียน แถมยังเดินเข้าห้องเรียนด้วยสีหน้าเฉยเมยไม่สะทกสะท้านกับสายตาของเพื่อนคน อื่น ๆ ที่มองมา มันกลายเป็นความภูมิใจเสียด้วยซ้ำเมื่อผมสามารถสอบผ่านได้ทุกวิชา ขณะที่เพื่อนบางคนกลับต้องนั่งแก้แล้วแก้อีก ก็ผมรู้จักหาวิธีการผ่อนคลายให้กับตัวเอง ถ้าวันไหนเครียด ๆ ก็ชวนกันไปที่ซุ้มของภาควิชาเพื่อประลองฝีมือ เกมส์ที่ไม่เหนื่อยแถมไม่โฉ่งฉ่างให้อาจารย์จับได้เห็นจะไม่มีอะไรเกิน “เลียบตุ่ย” การพนันแบบเบาสมองสำหรับลูกคนมีเงิน ก็ผมดันมีดวงเลวคอยให้ท้ายเลยทำให้เล่นทีไรเป็นต้องกินเรียบไปเสียทุกครั้ง ถ้าเบื่อเลียบตุ่ยก็ยกพวกไปปิดโต๊ะสนุกแถวหน้ามหาวิทยาลัย หรือไม่ก็ไปโยนโบวลิ่งบ้าง แทงบอลบ้าง พอได้เงินมาก็เอาไปเที่ยวกลางคืนกันต่อ กระทั่งผมสามารถเดินเข้าสู่ถนนสายโลกีย์อย่างมั่นคงและมั่งคั่ง ดังนั้นจึงไม่มีที่ไหนที่ผมกับพวกไม่เคยไป ทั้ง Hollywood Catwalk ป.กุ้งเผา ตรงถนนรัชดา หรือ Mars ที่พัฒน์พงษ์

เมื่อโลกของผมใบใหญ่ขึ้น มันทำให้ผมอยู่อย่างมีความสุขแม้บางครั้งจะมีเรื่องมากวนใจ ค่าที่วิ่งไปชนก้นรถคันหน้าเพราะความเมา หรือวิ่งไปชนเกาะกลางถนนกลางวันแสก ๆ แต่ผมรู้ว่าพ่อกับแม่จะมาช่วยเคลียร์เรื่องให้จบลงได้ด้วยดี ดีเสียอีกมันจะได้เป็นประสบการณ์ชีวิต ในช่วงปีสุดท้ายของการเรียนผมเที่ยวหนักขึ้น ถ้าวันไหนกลับตีสองถือว่าเร็ว ตีสี่ถือว่าปกติ จนในที่สุดมันก็เลยกลายเป็นความเคยชินทั้งของผมและของแม่ ผู้หญิงคนเดียวที่เฝ้ารอการกลับมาของผมในทุกค่ำคืน ความรักของแม่นั้นไม่มีวันหยุดราชการ ไม่ว่าผมจะกลับตีหนึ่ง ตีสอง หรือตีสี่ แม่ก็จะนั่งรออยู่อย่างนั้น พอเช้าขึ้นก็รีบแต่งตัวออกไปทำงาน

ทุกครั้งที่ผมกลับบ้านมันไม่ต่างอะไรกับเศษผ้าขี้ริ้วเก่า ๆ ไร้ค่าผืนหนึ่ง ผมมาในสภาพที่เมามายหัวซุกหัวซุนไม่ได้สติ แค่ประคองตัวให้หัวถึงหมอนได้นี่ก็นับว่าเก่งแล้ว ถ้าวันไหนเมามากหน่อยการนอนของผมจะเลยเถิดไปเป็นอีกหนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืน เลยทีเดียว ชีวิตของเราแม่ลูกดูจะสวนทางกันอยู่ตลอดเวลา เพราะเหตุนี้กระมังผมจึงไม่เห็นว่าแม่ตรอมใจมากแค่ไหน หรือมันอาจจะเป็นความตั้งใจของผมเองที่ต้องการเลี่ยงการเผชิญหน้ากัน เพราะการคุยกับแม่ทุกครั้งมักจบลงด้วยการว่ากล่าวตักเตือน ที่กลายเป็นชนวนแห่งการมีปากเสียงอันทำให้ทั้งผมและแม่ต่างก็เสียใจ ก็ผมเองนั้นน้อยเสียเมื่อไหร่ มักโต้กลับไปด้วยถ้อยคำและอารมณ์ที่รุนแรงจนหลายครั้งที่แม่ต้องนั่งน้ำตาตก แต่ช่างเถอะ ก็สมแล้วเพราะแม่ไม่เข้าใจจิตใจลูกชายเอาเสียเลย ผมนำความภาคภูมิใจมาให้ตั้งมากมายแล้วจะเอาอะไรกับผมอีก แม่น่าจะรู้ว่าผมโตพอที่จะรับผิดชอบชีวิตของตัวเองได้ ส่วนเหล้า บุหรี่และผู้หญิงก็เป็นสิ่งที่ช่วยคลายเครียดได้ดี ทำไมแม่จึงไม่พยายามเข้าใจ?

วันนี้แม่คงดีใจที่ลูกชายจะได้เป็นผู้เป็นคนกับเขาเสียที ผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าการบวชในครั้งนี้จะชดเชยกับความเลวระยำที่ผมได้กระทำมา ได้หรือไม่ แต่ผมก็จะขอทำมันให้ดีที่สุด เห็นหลวงพี่เดินมาโน่นแล้วพร้อมมรรคทายกวัด เพื่อนำผมไปโกนผม ที่นั่นมีตา ยาย พ่อ แม่และญาติคนอื่น ๆ รออยู่ก่อน ผมไม่เคยเห็นแม่สดใสมีชีวิตชีวามานานนักหนา มันอาจจะนานพอ ๆ กับอายุของผมเลยทีเดียว รอยยิ้มของแม่มันทำให้หัวใจของผมพองโตคับอก ตาเดินเข้ามาให้พรและตัดผมเป็นคนแรก จำได้ว่าท่านเคยขอร้องให้บวชตั้งแต่อายุ 19 ค่าที่เกิดเป็นหลานชายคนแรก ผมก็ได้แต่ผัดผ่อนเรื่อยมา คราวนี้ได้บวชสมใจตาเสียที แต่คนที่ดูจะมีความสุขที่สุดคือแม่ น้ำตาของแม่บอกกับผมอย่างนั้น มันเป็นน้ำตาแห่งความสุขครั้งแรกของแม่ที่มีความหมายสำหรับคนเลว ๆ อย่างผมมากทีเดียว

 


ผม นั่งพนมมือหลับตาเพื่อไว้อาลัยแก่ชีวิตเก่าที่กำลังจะตายจากเป็นครั้งสุด ท้าย ชีวิตที่ครั้งหนึ่งเคยเริ่มต้นขึ้นอย่างสวยงามเมื่อผมเรียนจบและสามารถสมัคร เข้าทำงานในบริษัทรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศได้ ด้วยเงินเดือนที่แพงลิบลิ่ว มันสูงกว่าเพื่อนที่จบในรุ่นราวคราวเดียวกันถึง 3 เท่าเลยทีเดียว ผมสนใจเรื่องรถมาแต่ไหนแต่ไรก็เพราะความที่เป็นคนชอบเที่ยว ผมจึงเริ่มต้นชีวิตการทำงานเกี่ยวกับเช่าซื้อรถยนต์ งานของผมนั้นต้องเข้าหาลูกค้า ดังนั้นการพบปะสังสรรค์จึงกลายเป็นความจำเป็น มันช่างถูกกับจริตของผมเสียจริง อย่างนี้กระมังที่เขาเรียกว่างานในอุดมคติ

สมัยที่เศรษฐกิจของไทยกำลังเบ่งบานเป็นดอกเห็ด ยอดขายรถของผมพุ่งทะลุเป้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ได้ทั้งเงินเดือน โบนัส และไหนจะค่าคอมมิชชั่นต่าง ๆ แต่ให้รายรับได้มามากเท่าไหร่รายเหลือก็ไม่เคยพอกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ก็ผมมันคนเสมอต้นเสมอปลาย ผมยังเที่ยวของผมทุกคืน ทั้งที่ RCA ทองหล่อ ไม่ก็คอกวัว สุดท้ายมาปักหลักอยู่ที่ถนนข้าวสาร เที่ยวกระทั่งเด็กเสริฟจำได้ว่าผมชอบกินเหล้าอะไร ผสมหนาบางแค่ไหน กับแกล้มอะไร ผมคิดแต่ว่าเมาแล้วสนุกทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องเกรงกลัวใคร มันช่วยให้ผมลืมความเครียดจากงานได้ แม้จะไม่ทั้งหมดแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย และพร้อมที่จะสู้กับวันใหม่ของชีวิต หากวันไหนเมาหนักผมก็ลางานมันซะดื้อ ๆ คนเก่งอย่างผมใครจะกล้าว่าอะไร

เมื่อประเทศไทยประสบกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจอย่างหนักในปี 2542 สถาบันการเงินกว่า 40 แห่งต้องปิดตัวลงไป มีคนตกงานทั่วประเทศทั้งพวกที่เป็นแรงงานรายวันและพวกทำงานประจำ มันเป็นยุคที่แม้แต่เศรษฐียังฆ่าตัวตาย ยุคที่เก่งอย่างเดียวไม่พอต้องดีและเฮงด้วย คนที่มีประวัติในการทำงานแบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ อย่างผมจึงมีชื่อติดอยู่ในบัญชีรายชื่อพนักงานที่จะโดนปลดแถมยังขึ้นไปอยู่ ในลำดับต้น ๆ แม้จะเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ผมก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ ท้ายสุดผมเลยต้องระเห็จออกจากงานไปอยู่กับบ้านพักใหญ่

การอยู่กับบ้านกลายเป็นเรื่องยากสำหรับชีวิตนักเที่ยวอย่างผม ขณะที่แม่ดีใจนักหนาที่มีลูกชายมาอยู่ใกล้ ๆ ผมผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา ก็เพียรหางานทำจนเกือบจะถอดใจ กระทั่งมาได้งานธนาคารที่เพิ่งตั้งใหม่โดยมีโจทย์แสนยากรออยู่ นั่นคือเป้าขายที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จากปีละ 20 คันเป็น 40 คัน กระทั่งเป็น 60 คัน ในภาวะที่เศรษฐกิจพังพินาศ การหาลูกค้ามันยากเสียยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร และถึงแม้ผมจะหามาได้แต่มันก็ไม่เคยพอ เพราะเจ้านายจะปรับยอดให้สูงขึ้นไปอีก ความกดดันในการทำงานทำให้ผมเที่ยวและดื่มหนักขึ้น รวมทั้งมีปากเสียงกับเธอคนนั้นอยู่บ่อย ๆ และแล้ววันที่ความอดทนถึงขีดสุดก็จบลง เมื่อผมตัดสินใจลาออกและเดินจากไปอย่างไม่ใยดี

พิธีการโกนหัวเสร็จสิ้นลงด้วยความรู้สึกแสบ ๆ คัน ๆ ผมเห็นตัวเองในร่างใหม่ที่ผ่องใส ไม่มีผม ไม่มีคิ้ว ไม่มีความขุ่นมัว ไม่มีความกังวล และจะไม่มีอดีตมาคอยตามหลอกหลอน ผมยินดีกับชีวิตใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น ยกเว้นแววตาที่มันยังคงหยาดเยิ้มตามลักษณะของคนขี้เมา ที่โบราณว่าไว้เห็นจะไม่ผิด แววตาเป็นสิ่งเดียวที่มิอาจซ่อนเร้น มันบอกถึงประสบการณ์ที่ได้กระทำผ่านมาทั้งดีและเลว และแววตาของผมมันก็ค่อนไปทางข้างเลวมากเสียด้วย!

ผมรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ เมื่อต้องมานุ่งห่มในชุดขาวสะอาด พร้อมกับนั่งพนมมือแล้วเวียนแห่รอบพระอุโบสถ ที่ถือว่าเป็นสถานที่อันศักดิ์ของประเทศมาแต่ครั้งโบราณกาล ผมเห็นแม่ยืนยิ้มคอยให้กำลังใจอยู่ไกล ๆ มันยิ่งทำให้ผมอดนึกถึงชีวิตเยี่ยงคนหลงทางที่ผ่านมาไม่ได้ หลังจากออกจากงานผมก็กลับมานอนอยู่ที่บ้านอีกครั้งด้วยความผิดหวัง โลกทั้งใบเหมือนจะหันหลังให้ผม ทั้งเพื่อนทั้งงานและที่สำคัญคือความรัก ทุกอย่างประดังประเดกันเข้ามาแบบไม่ให้โอกาสได้ตั้งตัว

 

ผม ลิ้มรสความผิดหวังจากความรักเป็นครั้งแรกอย่างร้าวราน ได้แต่นอนเลียแผลใจอย่างเงียบ ๆ คนเดียว ในส่วนลึกผมรู้ดีว่า ผมยังคงโหยหาเธออยู่ตลอดเวลา เราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานาน เคยพาเธอไปประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อยู่บ่อย ๆ คว่ำบ้าง ชนบ้างก็เพราะความเมา ทำเธอเสียใจกับความไม่เอาไหนของผมก็บ่อย หรือประหัตประหารเธอด้วยคำพูดจนร้องไห้ก็บ่อยอีก แต่เธอก็สู้อดทนอยู่กับสิ่งเหล่านั้นมาได้ตลอด ก็ด้วยคำว่ารักคำเดียวแท้ ๆ คำที่ผมไม่เคยเห็นค่าของมันเลยกระทั่งมาตกอยู่ในสภาพที่ไม่อาจเหนี่ยวรั้ง เธอไว้ได้อีกต่อไป แม้จะผิดหวังรุนแรงกับการถูกทิ้งแต่ผมก็ขอให้เธอไปดี และเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่ากับคนที่ใช่ ดีกว่าที่จะมาจมปลักกับคนไร้อนาคตและไร้หัวใจอย่างผม

การจากไปของเธอกลายเป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรกในชีวิต ผมรู้สึกว่าตัวเองนั้นไร้ค่า วันเวลานอกจากจะไม่ได้ช่วยอะไรแล้วยังซ้ำเติมให้ผมยิ่งเจ็บปวด ผมกินเหล้าหนักขึ้นเพื่อต้องการให้ลืมเธอ กระทั่งหันมาพึ่งยาแก้เครียดเพื่อให้ผ่านพ้นคืนวันอันขมขื่นนี้ไปได้ หลังจากหนึ่งปีผ่านไปผมก็เริ่มใช้ยาหนักขึ้นจนทางบ้านเป็นห่วง แล้ววันหนึ่งเชือกที่ขมึงเกลียวก็พลันขาดสะบั้น เสียงร้องโหยหวนทำให้ผมถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน วันนั้นเองที่ผมเห็นหน้าแม่ระบายด้วยสีโศกผสมสีเศร้าเป็นครั้งแรก มันคือความทรมานที่มิอาจอธิบายได้เป็นคำพูด ผมรู้ว่าถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียที ครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อตัวผมเอง แต่เพื่อผู้หญิงอีกคนของผม...ผู้หญิงที่ยืนเคียงข้างผมตลอดมาไม่ว่ายามดี หรือยามร้าย ผู้หญิงที่ตลอดเวลา 30 ปีที่ผ่านมาผมได้กระทำการอันเป็นการทำร้ายจิตใจเธออย่างหนัก ผู้หญิงคนเดียวที่พร้อมจะให้อภัยผมและรักผมอย่างที่ผมเป็น และวันนี้เธอคือคนที่ยืนเคียงข้างผม ณ ที่แห่งนี้

ผมตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งด้วยจิตใจที่ไม่มั่นคงนักเพราะยังมี อดีตตามติดเป็นเงา โชคดีที่เพื่อนเก่าสมัยเรียนมัธยมซึ่งเป็นราชาที่ดินที่เกาะหมากให้ความเข้า ใจและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เราตกลงจะทำรีสอร์ทร่วมกัน เพราะที่ทางก็พอมี แถมเกาะหมากยังอุดมไปด้วยปะการังที่สวยงาม สวรรค์ของนักดำน้ำและผู้ที่ต้องการมาพักผ่อน ที่สำคัญคือผมรักทะเล มันคืออดีต ปัจจุบัน และจะเป็นอนาคตสำหรับผมต่อไป ทะเลคือสมุดบันทึกแห่งความทรงจำ มันเคยเป็นที่ที่ผมใช้สังสรรค์กับเพื่อนฝูงมาตั้งแต่วัยหนุ่มจนถึงวัยทำงาน มันทำให้ผมเห็นเพื่อนเก่าที่จากกันไปนาน และตอนนี้มันก็กลายเป็นมุมสงบให้จิตใจที่โดนทำร้ายมาอย่างหนักได้ผ่อนพัก คลื่นและลมคือโอกาสใหม่ ๆ ที่ผมเลือกที่จะหยิบยื่นให้กับตัวเอง ผมมองเห็นความหวังบนผืนทรายที่ทอดตัวยาวเหยียดคู่ไปกับผืนน้ำสีคราม รอยยิ้มของเด็กเล็ก ๆ ที่นั่นทำให้ผมมองเห็นคุณค่าของชีวิต แล้วผมก็รู้สึกว่าโลกเริ่มหมุนอีกครั้งพร้อมกับความมุ่งมั่นอย่างที่ไม่เคย รู้สึกมาก่อน คืนนั้นเองที่ผมตัดสินใจบวชตามคำขอร้องของตาและเดินทางมาอยุธยาก่อนหน้าที่ จะถึงวันอุปสมบทเพียง 1 วัน

เมื่อเสียงพระคู่สวดจบลง ผมคลานช้า ๆ เพื่อมากราบเท้าแม่ขออโหสิกรรมในสิ่งที่ผมได้กระทำลงไป เราต่างมองตากันเงียบ ๆ ด้วยความเข้าใจ ความเข้าใจที่ครั้งหนึ่งผมทำมันหล่นหาย วันนี้ผมได้นำมันกลับมาคืนเจ้าของแล้วแม้จะชอกช้ำไปบ้าง และผมพร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นทดแทนบุญคุณโดยการเดินเข้าสู่เพศบรรพชิตเพื่อ ปฏิบัติธรรมให้ถึงที่สุด ผมก้มลงกราบช้า ๆ ที่เท้าแม่ สัมผัสอันอ่อนโยนแสดงถึงการสำนึกบุญคุณอันเปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกสำนึก ผิด มันทำให้แม่ถึงกับน้ำตาร่วงผลอย ผมเงยหน้าขึ้นมองแม่อย่างเต็มตาเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาอย่างหนึ่งที่มิได้เอื้อนเอ่ยออกมา แม่เท่านั้นที่จะรู้ว่ามันหมายถึงอะไร ก่อนจะหันหลังเดินเข้าสู่ร่มกาสาวพัตร์ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ตั้ง มั่นอยู่ท่ามกลางหมู่พระภิกษุสงฆ์จำนวนหลายสิบรูป ณ เบื้องหน้า เมื่อผมเปลี่ยนจากนาคมานุ่งห่มผ้าจีวรพระ ผมจึงรู้ว่าผมได้มาถึงบ้านของตัวเองแล้ว.....

โดย มนตรา เลี่ยวเส็ง

http://blog.mahaoath.com/page

โบโซ่ บีเคเค - Bozo

โบโซ่ บีเคเค - Bozo BKK
(^_^) www.bozobkk.com

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Allowed HTML tags: <a> <em> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd><img><p><br>
  • Lines and paragraphs break automatically.

More information about formatting options