พ่อในวันพ่อ

Printer-friendly version

พ่อในวันพ่อ


มนตรา เลี่ยวเส็ง


วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม 2554 ไปศิริราชมาค่ะ เห็นคนเป็นแสนพร้อมใจกันแต่งเสื้อสีชมพู เดินกันเต็มถนนตั้งแต่ราชดำเนินไปถึงสนามหลวงและข้ามฝั่งมาถึงศิริราช พอมองเข้าไปในโรงพยาบาลก็เห็นผู้คนล้นหลาม แล้วเมืองไทยก็ถูกระบายด้วยสีชมพู สีแห่งความรักกัน


ทุกคนต่างพากันไปจับจองที่เพื่อรอรับเสด็จฯ ด้วยใจจดจ่อ เด็กคนหนึ่งวิ่งหางเปียปลิวมาหาแม่ที่ขายกล้วยปิ้งอยู่ในซอยทันทีที่ขบวนเสด็จผ่านไปแล้ว พร้อมกับคุยอวดอย่างภูมิอกภูมิใจว่า "แม่ๆ หนูได้เห็นในหลวงด้วย"... มันเป็นบรรยากาศที่ตื่นเต้นและอบอุ่นมาก


นอกจากนี้เรือข้ามฟากศิริราช-ท่าช้างยังมีบริการจนถึงเที่ยงคืน ฟรีอีกด้วย...ด้วยเดชะพระบารมีเป็นร่มเกล้า
 


มีพ่อของตัวเองได้สิบห้าปีก็ต้องมาจากกันไปด้วยโรคหัวใจวายเฉียบพลัน


แต่โชคยังดีที่มีพ่อเป็นพระเข้ามาคอยอบรมสั่งสอนต่อเนื่องอีก 20 ปี คอยสนับสนุนผลักดันในทุกๆ ทางจนได้ดีและได้เป็นอย่างที่อยากจะเป็น พอได้ดีและได้เป็นก็ต้องจากกันอีกด้วยโรคติดเชื้อในกระแสเลือด


สองปีที่ผ่านมาจึงเรียกได้ว่า เป็นช่วงที่ "กำพร้าพ่อสมบูรณ์แบบ" ^____^


แต่ก็ยังโชคดีอีก แหม..คนที่โชคดีก็โชคดีอยู่นั่นแหละ ที่ว่าโชคดีเพราะได้พบพ่อใหม่และได้นำคำสั่งสอนมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ไว้เตือนสติ ไว้เป็นแรงบันดาลใจ ไว้สอนคนมากมาย...


พ่อที่เป็นฆราวาสก็มีแล้ว พ่อที่เป็นพระก็มีแล้ว คราวนี้เลยเป็น "พ่อของแผ่นดิน" พรุ่งนี้วันพ่อ สำหรับลูกที่มีพ่อเยอะเยี่ยงนี้ วันพ่อทั้งทีก็ต้องไปกราบไหว้พ่อผู้มีพระคุณยิ่งเหนือสิ่งใดทุกๆ ท่านให้ครบ ....สำหรับลูกที่มีพ่อ พรุ่งนี้ไหว้พ่อตัวแล้ว อย่าลืมไหว้ "พ่อของแผ่นดิน" ด้วยนะคะ


....ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าคนที่มีพ่อ เวลานึกถึงพ่อจะนึกถึงเพลงอะไรกันบ้าง แต่สำหรับคนที่สูญเสีย "ผู้ที่เป็นยิ่งกว่าพ่อ" ไปหมาดๆ ... ต้องเป็นเพลงนี้ค่ะ "Raise me up" และต้องเสียน้ำตาทุกครั้งเมื่อได้ยินประโยคที่ว่า "you raise me up, to more than I can be...."

ด้วยเห็นภาพพระแก่ๆ ท่านหนึ่งหลังจากที่ทราบคำขอ แม้จะตกใจเล็กน้อยเพราะไม่ได้เตรียมไว้ล่วงหน้า แต่ก็ไม่เคยแสดงให้เห็นความกังวลใจใดๆ ทั้งสิ้น...ซักครั้ง กลับเดินโขยกเขยกเข้าไปในกุฎิ (เพราะหลวงพ่อชราภาพมากแล้วเกือบ 80 พรรษาเห็นจะได้) ก้มๆ เงยๆ ค้นหาเงินที่ซ่อนไว้ตามจุดต่างๆ แบบคนสมัยก่อน หลังจากค้นเป็นชั่วโมงก็เดินโขยกเขยกออกมา เพื่อนำเงินมามอบให้ไปจ่ายเป็นค่าเทอม แล้วค่าเทอมที่ว่านั้นก็หลายแสนบาท

เมื่อเปิดซองออกมาจึงรู้ว่า เป็นเงินที่ท่านเพียรเก็บออมมาอย่างยาวนานจากเงินเดือนที่ได้ไม่มากนักในแต่ละเดือน ที่เก็บมาเกือบตลอดชีวิต เพราะแบ๊งค์พันแบ๊งค์ห้าร้อยแบ๊งค์ร้อยปึกใหญ่นั้นเก่าคร่ำคราเต็มทน บางฉบับก็จวนเจียนจะขาด จำได้ว่า มือที่ยื่นไปรับมาเงินปึกนั้นมานั้นสั่นสะท้านทีเดียว เพราะสิ่งที่รับมานั้นไม่ใช่เงิน แต่เป็นชีวิตของคนๆ หนึ่ง ของพระรูปหนึ่งที่ต้องใช้ทั้งความอดทน ความพอ และความเพียรแค่ไหนถึงจะเก็บออมได้ขนาดนี้

นี่เป็นแค่เรื่องราวเล็กๆ เรื่องหนึ่งในอีกหลายล้านเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่าง "คนที่เป็นยิ่งกว่าพ่อ" กับใครคนหนึ่งที่ไม่ใช่ลูกที่ถูกปั้นขึ้นมาสู่โลกแห่งความดีแห่งนี้

...มอบเพลงนี้ไว้ให้กับผู้ที่เป็นลูกทุกท่านเพื่อร่วมรำลึกถึงพ่อกันค่ะ

และขอกราบรำลึกถึงพระคุณของพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปัญญา อินทปัญฺโญ) อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม ไว้ความด้วยเคารพอันสูงสุด


  


 


 

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Allowed HTML tags: <a> <em> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd><img><p><br>
  • Lines and paragraphs break automatically.

More information about formatting options